คุณกำลังจะได้เรียนรู้ปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยนึงในการเล่นโป๊กเกอร์ ลักษณะบนบอร์ด เป็นชิ้นส่วนข้อมูลที่สำคัญมากๆสำหรับผู้เล่นทุกคน ช่วยในการดูขนาดการเดิมพันที่เหมาะสม ความถี่ที่ควรจะเดิมพัน รวมไปถึงกลยุทธ์ที่จะเล่นหลังจาก preflop อีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาอธิบายและบอกถึงวิธีการปรับกลยุทธ์ในการเล่นของบอร์ดลักษณะต่างๆกัน 10 เคล็ดลับของเรานั้นถูกสอดแทรกลงในบอร์ดแต่ละชนิด บางบอร์ดอาจจะมีเคล็ดลับให้ 2-3 ข้อ และบางบอร์ดอาจจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นเรามาค่อยๆเริ่มไปด้วยกัน ด้วยบอร์ดทั้งหมด 6 บอร์ดดังนี้ -บอร์ด Rainbow disconnected                 บนบอร์ดลักษณะแบบนี้ตำแหน่งที่นั่งจะเป็นตัวกำหนดความ aggressive และขนาดของการ c-bet ได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในตำแหน่ง in position เนื่องจากผู้เล่น blind ส่วนใหญ่จะพลาดไพ่หลายๆอย่างไปและการ c-bet น้อยๆจะทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในจุดที่ตัดสินใจลำบาก                 ถ้าอยู่ในตำแหน่งblind คุณจำเป็นจะต้อง call ให้มากขึ้น อาจจะเล่นไพ่ที่อ่อนกว่าปกติ โดยเฉาะอย่างยิ่งถ้าเจอการ bet น้อยๆ คุณอาจจะ call ด้วยไพ่ที่สูงกว่าบอร์ด แต่อาจจะมี backdoor flush หรือจะเป็น A กับไพ่สูงไปถึงกลางๆ กลยุทธ์ในการ call ของคุณจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดการเดิมพันของคู่ต่อสู้ ทริคเล็กๆน้อยๆ                 1.ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่ง in...

เมื่ออยู่ในสถานการณ์การรอไพ่ทั้ง turn หรือ river เพื่อจะติด straight หรือ flush เนี่ย เป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของ range ไพ่มากเลยทีเดียว ถ้าโดยปกติแล้วคุณไม่เคยคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยตอนที่ตัดสินใจสิ่งต่างๆบนโต๊ะโป๊กเกอร์ บทความนี้อาจจะช่วยคุณได้ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ก็คือไพ่ backdoor ไม่ได้มีค่าความได้เปรียบเพียงแค่สามารถที่จะทำให้กลายเป็นไพ่ที่แข็งขึ้นได้ แต่ไพ่แบบนี้จะเป็นตัวช่วยให้คุณได้เล่นเข้าไปถึงรอบ river ได้บ่อยครั้ง เป็นไพ่ที่มีความสามารถในการเล่นมากยิ่งขึ้นและยังทำให้คุณเข้าใจค่าความได้เปรียบมากขึ้นด้วย 1.เพิ่มแนวโน้มการเดิมพัน เมื่อไพ่ที่ไม่มีอะไรบนมือกลายเป็นไพ่ backdoor flush                 ถ้าคุณมีไพ่ที่รอ backdoor flush อยู่บนมือ คุณควรจะพิจารณาถึงการเดิมพันที่เพิ่มมากขึ้น (เมื่อคุณเป็นผู้ริเริ่มการเดิมพัน) และมันจะยิ่งเป็นจริงมากขึ้นเมื่อคุณมีตำแหน่งที่นั่งที่ดีกว่าคู่ต่อสู้ของคุณด้วย                 การเดิมพันด้วยไพ่ backdoor flush จะสามารถสร้างกำไรให้คุณได้ เมื่อคุณใช้มันบลัฟฟ์ในรอบ turn ด้วยสถานการณ์ 2 สถานการณ์นี้                 เมื่อไพ่ในรอบ turn มาทำให้คุณติด flush จริงๆ ตอนนี้คุณมีค่าความได้เปรียบสูงมาก ซึ่งคุณสามารถใช้สถานการณ์นี้และคงความ aggressive ด้วยการยิง double barrel ได้ นอกเหนือไปกว่านั้น ถ้าคุณยังไม่ติดในรอบ turn คุณอาจจะยิงเดิมพันไปก่อน...

ผู้เล่นโป๊กเกอร์ชั้นนำมักจะเก่งกาจในการอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ ซึ่งถือว่าเป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากและยังสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลในการตัดสินใจอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ผู้เล่นที่ไม่สามารถอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ได้มักจะคาดเดาว่าคู่ต่อสู้ “มี” หรือ “ไม่น่ามี” อะไร ในขณะที่คุณพยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้ คุณควรคิดอย่างระมัดระวังมากๆว่าไพ่นั้นเป็นยังไง แนวโน้มของคู่ต่อสู้จะเป็นยังไง พยายามรวบรวมข้อมูลทุกๆอย่างมาปะติปะต่อกัน วันนี้เราจะเอา 4 ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามคาดเดา range ไพ่ในมือของคู่ต่อสู้มาฝากกัน ข้อผิดพลาดที่ 1 – คาดเดาว่าคู่ต่อสู้นั้นคิดเหมือนคุณ                 นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดที่แย่ที่สุดและผิดกันมากที่สุดเวลาที่คุณกำลังหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้อยู่ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากเลย ตัวอย่างเช่น คุณมักจะ 3-bet ด้วยไพ่ AKo เมื่ออยู่ในตำแหน่ง small blind พอคู่ต่อสู้ 3-bet จากตำแหน่ง small blind คุณก็จะเริ่มมีความคิดแว๊บเข้ามาในหัวแล้วว่าจะต้องเป็น range ไพ่ประมาณนี้แน่ๆเลยเหมือนกับตัวคุณเอง แต่ลักษณะความคิดแบบนี้สามารถทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้เลยนะ                 ไม่มีผู้เล่นคนไหนๆที่เหมือนกันเป๊ะๆและเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนักที่พยายามคิดว่า “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำยังไง ? “ ตอนที่พยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้                 แน่นอนว่าบางครั้งคู่ต่อสู้อาจจะมีความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกับคุณ...

ถ้าคุณจะต้องเลือกกลยุทธ์ที่จะใช้หนึ่งอย่างบนโต๊ะโป๊กเกอร์ คุณจะเลือกอะไรระหว่าง game theory หรือ หาข้อได้เปรียบจากกลยุทธ์พื้นฐาน ? นี่เป็นหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกันมากในปีนี้ ผู้เล่นที่เล่น stake สูงๆส่วนมากจะใช้เวลาไปกับการพัฒนากลยุทธ์ของทฤษฎี GTO ให้เข้าใกล้กับความเข้าใจของคนเรามากที่สุด แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าถ้าใช้แต่ทฤษฎี GTO เนี่ย มันหมายถึงว่าคุณจะไม่ตักตวงผลประโยชน์จากความผิดพลาดของคู่ต่อสู้เลย ซึ่งมันจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ไปมากทีเดียว สิ่งที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้ในบทความนี้คือ -ทำไมคุณถึงไม่เลือกจุดตรงกลางระหว่างสองแนวทางนี้ล่ะ -ต้นทุนที่ผู้เล่นจะต้องจ่าย เมื่อพยายามเล่นแบบเอารัดเอาเปรียบหรือหาผลประโยชน์ -คุณจะกำหนดกลยุทธ์การเล่นในปี 2020 ของคุณยังไง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า GTO คืออะไร                 GTO ย่อมาจาก Game Theory Optimal คือ กลยุทธ์ที่คุณไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคู่ต่อสู้ได้ หรืออีกทางนึงถ้าคุณเล่นกลยุทธ์ GTO ที่แท้จริงก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ต่อสู้ของคุณจะเอาเปรียบคุณได้ อาจจะอ่านดูแล้วไม่เห็นจะเข้าใจ ตัวอย่างที่อาจจะเห็นภาพชัดที่สุดก็คือ การเล่น ค้อน กรรไกร กระดาษ                 กลยุทธ์ GTO ของเกมนี้คือ สุ่มเลือก 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นค้อน กรรไกร หรือกระดาษ แล้วเล่นทางเลือกนั้น 1 ใน 3 ของการเล่นทั้งหมด...

ผู้เล่นอาจจะได้ยินคำๆนี้มานานและอาจจะบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและยังสบสนอยู่ดี บทความนี้จะพูดถึงประสิทธิภาพของแนวคิดนี้และคุณจะสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ในเกมของคุณได้ยังไงบ้าง Blocker คือไพ่ที่คุณถืออยู่แต่กลับมีผลต่อความสัมพันธ์ของคู่ต่อสู้กับไพ่บนบอร์ด ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเลยคือคู่ต่อสู้อาจจะมีทางออกน้อยลงเพราะคุณถือไพ่ใบนั้นอยู่ หรือบางครั้งอาจจะทำให้คุณทราบว่าคู่ต่อสู้กำลังเดิมพันเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือเพื่อบลัฟฟ์ ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆที่จะสามารถทำให้คุณพัฒนาการเล่นของคุณได้โดยการใช้แนวคิด blocker Top set จะ raise หรือไม่ raise                 จินตนาการภาพการเล่น 6 Max cash game ออนไลน์ คุณอยู่ที่ตำแหน่ง big blind และผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง EP เป็นคนเริ่มเปิดการเดิมพันมา คุณตัดสินใจ call ไปและเผชิญหน้าตัวต่อตัว flop ออก Q X X บอร์ดแบบ rainbow ไม่มีลุ้นสี ลุ้นเรียง และคุณกำลังติด top set อยู่ คุณตัดสินใจที่จะ check และคู่ต่อสู้ c-bet กลับมา ตอนนี้คุณจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะ raise กลับไปหรือไม่                 ถ้าคุณ raise กลับไปกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ค่อยหมอบให้อยู่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าคุณไม่รู้ข้อมูลตรงนั้นล่ะ ผู้เล่นมือใหม่จึงมักจะตื่นเต้นในสถานการณ์นี้และเริ่มคิดถึงการเดิมพันสูงๆเพื่อให้ได้มูลค่ามากๆแต่ความจริงแล้วคุณควรจะมองไปถึงไพ่ในมือคู่ต่อสู้ว่าเขาน่าจะถือไพ่แบบไหนอยู่ และเล่นยังไงที่จะทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะเล่นต่อ ไพ่ที่เขาถือในมืออาจจะเป็น top...

จากตำแหน่ง Cut off คุณสามารถเลือกเล่นไพ่ได้อย่างหลากหลายเพราะว่าคุณได้ผลประโยชน์จากตำแหน่งที่นั่งเยอะมาก เมื่อคุณได้อยู่ในตำแหน่งนี้ขอให้เช็คให้ดีเสมอว่าคุณได้รับผลประโยชน์สูงที่สุดจากตำแหน่งนี้แล้วหรือยัง บางครั้งผู้เล่นหลายๆคนหลงใหลการเล่นโป๊กเกอร์ในตำแหน่ง BTN มาก มากจนลืมตำแหน่ง Cut off ที่ได้รับผลประโยชน์จากตำแหน่งที่นั่งไม่แพ้กัน แถมยังสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลเช่นกันอีกด้วย เมื่อเล่นอย่างถูกต้อง ถ้าคุณทำให้อัตราการชนะอยู่ที่ 20BB/100 ในตำแหน่งนี้ คุณกำลังทำได้ดีมากๆเลยล่ะ คุณไม่สามารถรับประกันการเปิดการเดิมพันได้จากตำแหน่ง Cut off ไม่เหมือนกับตำแหน่ง BTN เพราะว่าตำแหน่ง BTN นั้นทรงพลังมากจริงๆ สามารถ 3-bet ได้อย่าง aggressive สุดๆ เนื่องจากหลัง pre-flop ไปแล้ว ตำแหน่ง BTN ก็ยังได้เปรียบในการตัดสินใจมากกว่าตำแหน่งอื่นๆอยู่ และด้วยเหตุผลข้อนี้ ทำให้ range ไพ่ที่จะนำมาเล่นในตำแหน่ง Cut off จะต้องมีความ tight มากกว่า range ไพ่ในตำแหน่ง BTN ถึงแม้ว่าในบางสถานการณ์ผู้เล่นในตำแหน่ง BTN จะ tight เอามากๆ แต่คุณก็ยังสามารถเล่นไพ่ได้หลากหลายอย่างในตำแหน่ง Cut off เหมือนกับเป็นตำแหน่ง BTN ที่สองเลยก็ว่าได้...

ในการเล่นตำแหน่งนี้ค่อนข้างยากกว่าตำแหน่งอื่นๆอยู่เล็กน้อยถ้าให้เปรียบเทียบ เพราะฉะนั้นเราจะมาลดการสูญเสียจากการรู้ว่าต้องเล่นยังไงในตำแหน่งนี้ถึงจะเหมาะสมที่สุดกัน อย่างที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่ว่าตำแหน่ง small blind นั้นเป็นตำแหน่งที่สามารถสร้างกำไรจากการเล่นได้น้อยที่สุด บางทีคุณอาจจะเสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งของรอบนั้นไปโดยที่ยังไม่ทันได้ดูไพ่ที่ได้รับเลย และไม่ว่าจะเล่นยังไงคุณก็จะมีตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ดีในรอบหลัง pre-flop อีกด้วย (ความเป็น out of position ตลอดกาล) แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นที่เก่งมากๆ ก็ยังสูญเสียเงินจากตำแหน่ง small blind เลย ถ้าคุณหมอบทุกๆครั้งที่อยู่ในตำแหน่ง small blind คุณจะเสียเงินทั้งหมด -50BB / 100 รอบ แต่ถ้าคุณสามารถลดการสูญเสียและเพิ่มอัตราชนะให้กลายเป็น -15 BB / 100 รอบ คุณกำลังทำได้ดีทีเดียวนะ ดังนั้นการเล่นตำแหน่ง small blind จุดประสงค์หลักไม่ใช่การเล่นเพื่อสร้างผลกำไรแต่เป็นการเล่นเพื่อให้เสียน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ Big Blind กับ Small Blind                 หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยๆเมื่อผู้เล่นอยู่ในตำแหน่ง small blind ก็คือ ไม่รู้ว่าตำแหน่งที่นั่งระหว่าง big blind และ small blind นั้น แตกต่างกัน                 ถ้าคุณกำลังใช้กลยุทธ์และวิธีการเล่นในสองตำแหน่งนี้เหมือนๆกันอยู่ คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ...

การเล่นในตำแหน่ง blind อาจจะต้องการทัศนคติที่ต่างจากตำแหน่งอื่นๆซักเล็กน้อย ดังนั้นคุณควรจะปัดฝุ่น เรียนรู้มันกันซักหน่อย ตำแหน่ง big blind มีเอกลักษณ์เฉพาะและแตกต่างจากตำแหน่งอื่นๆภายในโต๊ะ มีบางสิ่งบางอย่างที่คุณควรจะต้องทำ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ที่ซึ่งคุณไม่เคยคิดที่จะทำเลยในตำแหน่งอื่นๆ แม้แต่ผู้เล่นที่ดีบางครั้งก็ยังเสียเงินจากตำแหน่งนี้เช่นกัน การถูกบังคับให้ลงเงินเดิมพันก่อนโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นไพ่เลยเป็นอะไรที่เสียเปรียบเอามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการเล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ดีในเกมอีกด้วย ในตำแหน่ง big blind นี้จึงไม่ค่อยสร้างกำไรให้กับผู้เล่นมากนัก แต่จะทำยังไงถึงจะเสียให้น้อยที่สุดเมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ ลองคิดว่าคุณจะหมอบทุกครั้งที่อยู่ในตำแหน่ง big blind คุณจะเสียเงินเดิมพันทั้งหมด 100 BB / 100 รอบ แต่ถ้าคุณสามารถทำให้อัตราการแพ้ชนะนี้อยู่ที่ 30 BB / 100 รอบ คุณกำลังทำได้ดี เพราะสามารถชดเชยความสูญเสียให้น้อยลง Loose หน่อย                 เมื่อคุณได้ลงเดิมพันไปใน pot แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งที่คุณควรที่จะพยายามก็คือปกป้องเงินที่ลงเดิมพันไปนั้นเอง ความผิดพลาดที่ผู้เล่นส่วนมากทำกันก็คือพยายามปกป้องเงินที่ลงไปด้วยการเลือกไพ่ที่ tight มากๆ ผู้เล่นที่ดีหมายๆคนก็มักจะคิดแบบนี้ และมักจะแนะนำให้เล่น tight เสมอเวลาที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี (out position)                 ลองมาดูตาราง range ต่างๆและดูว่าคุณจะพอทำอะไรได้บ้างในการปกป้องเงินเดิมพันของคุณ BB ranges...

เราจะพัฒนาความสามารถในการอ่านไพ่คู่ต่อสู้ได้ยังไง ? คำถามนี้มักจะถูกถามกันบ่อยๆและมันก็เป็นคำถามที่น่าสนใจมากๆ เหมือนกับการถามว่า ทำยังไงให้เล่นโป๊กเกอร์ให้ดียิ่งขึ้น ? การอ่านไพ่เป็นส่วนที่สำคัญมากของการเล่นโป๊กเกอร์ คำตอบของคำถามนี้จึงไม่ง่ายดายนักเหมือนเช่นตอนตั้งคำถาม ทักษะนี้เป็นทักษะที่มีการพัฒนาไปอย่างช้าๆและต้องใช้ประสบการณ์ในการเล่นและการฝึกฝนร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเราจะลองมาพยายามรวบรัดเทคนิคบางประการที่พอจะช่วยตอบคำถามข้อนี้ได้ละกัน 1.เข้าใจ range ไพ่                 เรามักจะอ้างอิง range ไพ่ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น “คู่ต่อสู้ 3-bet มา range ไพ่ 10%” ความหมายของประโยคนี้เป็นไปได้จำกัดมาก ถ้าดูตามหลักเหตุผล 10% ในประโยคนี้จะบอกถึงเปอร์เซ็นต์ที่ไพ่ของคู่ต่อสู้จะมีไพ่ที่ดีมากๆ แต่แนวคิดนี้ไม่ได้บอกถึงเรื่องความถี่หรือเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้น คู่ต่อสู้ของเราอาจจะ 3-bet ด้วยไพ่ที่ไม่ดี 10% จากทั้งหมดก็ได้ Merged/Depolarized/Linear                 เป็นชนิดของ range ที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ทั้ง 3 คำนี้สามารถใช้ทดแทนกันได้ เราอาจจะได้ยินคำว่า Merged หรือ Linear ซึ่งก็มีความหมายเหมือนกัน แนวคิดนี้จะใช้ทดแทนช่วงไพ่ที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถรู้ได้ว่าไพ่แบบไหนคือไพ่ที่ดีจริงๆ เพราะมันขึ้นอยู่กับเราว่าเราจัด range ไพ่ที่ดียังไง ไพ่ทุกไพ่ไม่ได้มีค่าความได้เปรียบที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าเราเอาไพ่ใบนั้นไปเทียบกับไพ่อะไร และไพ่ใน range ไหน ไพ่บางไพ่อาจจะดีเมื่อเทียบกับไพ่ที่อยู่ใน range เดียวกัน...

โป๊กเกอร์เป็นเกมที่เรามีข้อมูลไม่ครบถ้วน เราจะต้องมองหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา จาก rangeไพ่ ดูแพทเทิร์นการเล่น metagame และยังต้องค้นหาสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็นอีกต่างหาก น่าเสียดายที่พอเรามีแนวความคิดแบบนี้ปุ๊ป เรื่องเบสิคพื้นฐานก็มักจะถูกลืมเลือนไป เช่นสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าอย่าง ไพ่บนบอร์ด ไพ่บนบอร์ด มักจะได้รับความสนใจน้อยกว่าความเป็นจริงและทำให้เราได้รับข้อมูลจากบอร์ดน้อยเกินไปมาก ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาย้อนไปตอบคำถามสุดคลาสสิคอย่าง “อ่านบอร์ดยังไง?” กัน ประเภทของบอร์ด บอร์ด rainbow ตัวอย่างบอร์ด K♥  7♣  2♦ บอร์ดสุดแสนจะคลาสสิค ไม่มีการรอ flush อย่างแน่นอนในบอร์ดลักษะณะนี้ ทำให้ทั้งเราและคู่ต่อสู้สูญเสียโอกาสที่จะเล่น aggressive มากขึ้นหรือความสามารถในการ call ตามการเดิมพันสูงๆ เพราะไพ่ที่จะสามารถเล่นได้ในบอร์ดลักษณะนี้นั้นแคบมาก และการเล่นในบอร์ดแบบนี้มักจะจบที่การ c-bet และหมอบ บอร์ด two tone ตัวอย่างบอร์ด 9♠  7♠  3♣ บอร์ดแบบนี้จะทำให้การเล่นมีทริคมากขึ้นกว่าเดิม ไพ่ที่สามารถ call ตามมาได้ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นมากกว่าบอร์ด rainbow นอกจากนี้ประสิทธิภาพของการ c-bet จะเพิ่มสูงขึ้น หรือการ check/raise จะถูกนำมาใช้บนบอร์ดแบบนี้มากยิ่งขึ้น บอร์ด monotone ตัวอย่างบอร์ด A♠  K♠  8♠...

X