ในโลกที่ผู้เล่นฝันถึงจะต้องเป็นเกมที่มีขนาดใหญ่มากๆและเล่นอยู่ในตำแหน่งที่นั่งที่ดีมากๆอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันยากเย็นแสนเค็ญกว่านั้น เพราะคุณมักจะได้รับไพ่ที่ดี ที่เหมาะกับการเล่นเกมใหญ่ๆ ด้วยที่นั่งที่ไม่เอื้ออำนวยให้เลยอย่างในตำแหน่ง early position เมื่อคุณมีตำแหน่งที่นั่งที่ดีไพ่ suited ก็เหมาะกับเกมเล็กๆซะมากกว่า ในขณะที่เอาไปเล่นในเกมใหญ่ก็กลายเป็นความผิดพลาดที่ทำให้เสียต้นทุนมหาศาล กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในสถานการณ์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นที่คุณต้องเผชิญหน้าด้วยนั่นเอง เล่น KK ยังไงเมื่ออยู่ในตำแหน่ง early position                 ไพ่ที่คุณเลือกที่จะเล่น pre-flop เป็นตัวชี้วัดว่า post-flop คุณจะต้องตัดสินใจยังไง หรือทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญในการเล่น KK ในตำแหน่ง early position นั้นคือคุณต้องพยายามคุมเกมให้เล็กเข้าไว้และพยายามเก็บเกี่ยวข้อมูลจากคู่ต่อสู้ของคุณให้ได้มากที่สุด                 ถ้าเล่นตามหลัก ABC แล้วล่ะก็ การถือ KK อยู่ในมือก็อยู่ใน range ของไพ่ที่เอาไว้เปิดการเดิมพัน และการเดิมพันในตำแหน่ง early position เนี่ยก็จะทำให้คู่ต่อสู้ของคุณรู้ทันทีว่าคุณกำลังถือไพ่ดีๆเอาไว้บนมืออย่างแน่นอน สิ่งถ้าคุณ c-bet ต่อ ผู้เล่นคนอื่นก็มีโอกาสที่จะหมอบสูงมาก โดยปกติแล้วผู้เล่นที่ call ตามการเดิมพันของคุณเข้ามานั้นมักจะเข้าร่วมเล่นในเกมนั้นด้วยไพ่ที่อ่อนกว่าแต่คาดหวังว่าไพ่ในรอบ flop ดับฝันของคุณและคว้าเงินรางวัลในรอบนั้นไป                 โดยทั่วไปถึงคุณจะพลาดไพ่บน flop และยังเผชิญหน้ากับผู้เล่นที่ไม่ค่อยแข็งมากนักแต่ไม่สามารถหมอบไพ่ได้ คุณก็ไม่ได้คาดหวังให้คู่ต่อสู้ของคุณ call ตามการเดิมพันจนถึง river...

ถ้าในเกมที่คุณเล่นอยู่มีผู้เล่นที่ loose และ passive ร่วมด้วยแล้วละก็ ขอให้คุณอ่านต่อไป เพราะว่าคุณจะได้คำแนะนำที่มีประโยชน์กับการเล่น preflop ใน Multiway Pots หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะเข้าใจคำตอบที่สำคัญของคำถามทั้งสองข้อ -ไพ่แบบไหนที่จะเล่นได้ดีใน Multiway Pots ? -เมื่อไหร่ที่คุณควรจะเข้าไปร่วมใน Multiway Pots ? เรามาดูคำแนะนำที่ว่ากันดีกว่าเพื่อที่จะทำให้คุณชนะเงินใน pot ได้มากขึ้นจากผู้เล่นหลายๆคนที่เข้าร่วมในเกมนั้น ไพ่แบบไหนที่เล่นได้ดีใน Multiway Pots ?                 ในการหาคำตอบของคำถามนี้ คุณจะต้องรู้ก่อนว่าเกมแบบตัวต่อตัวกับเกมที่มีผู้เล่นหลายๆคนนั้นแตกต่างกันยังไง ซึ่งโดยปกติแล้วยิ่งมีผู้เล่นเข้ามาร่วมเล่นมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ทำให้ผู้เล่นคนใดคนนึงมีไพ่ที่แข็งแรงได้ (ไม่ว่าจะเป็นสองคู่หรือว่าดีกว่านั้น) เพราะฉะนั้นเจ้าสิ่งนี้จึงมีผลต่อการเลือกไพ่ในการเล่นของคุณโดยอัตโนมัติ                 ดังนั้นถ้าคุณอยากจะเข้าร่วมใน pot ที่มีผู้เล่นหลายๆคน ไพ่ที่คุณควรจะเล่นก็คือไพ่ที่มีความเป็นไปได้สูงๆที่จะติดสองคู่หรือว่าดีกว่านั้นให้ทัน river แล้วไพ่แบบไหนล่ะที่มีความเป็นไปได้สูงๆที่จะสามารถทำได้ คำตอบก็คือ ไพ่คู่ หรือ suited connected –ไพ่คู่                 ไพ่คู่ถือว่าเป็นไพ่ที่แข็งมากๆสำหรับเกมที่มีผู้เล่นหลายคนเพราะมันสามารถเข้าไปติด set ในรอบ flop ได้ถึง 11.8% เมื่อเปรียบเทียบกับการติดสองคู่หรือดีกว่านั้นของ JTo ในรอบ flop ที่มีโอกาสเพียงแค่...

ส่วนใหญ่แล้วเป้าหมายที่สำคัญในการเล่นโป๊กเกอร์ก็คือ สร้างกำไรจากการเล่นให้ได้มากที่สุด แต่การที่จะทำแบบนั้นได้คุณจะต้องใช้ความสามารถของคุณมองหาจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดของคู่ต่อสู้ของคุณ เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ในการเล่นและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด บ่อยครั้งที่คุณมีข้อมูลของคู่ต่อสู้ไม่เพียงพอจึงไม่สามารถนำเอามาใช้ประโยชน์ได้ และถึงบางครั้งคุณอาจจะมีข้อมูลที่มากพอแล้ว แต่เมื่อนำไปปรับใช้กลับกลายเป็นคนโง่ซะเอง ในบทความนี้เราจะพูดถึงการใช้ประโยชน์จากผู้เล่นทั้ง 3 แบบกัน ได้แก่ ผู้เล่นที่ tight มากๆไปถึง showdown น้อย ผู้เล่นที่ 3-bet นานๆที และ ผู้เล่น looseที่เดิมพันแรงๆ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า 1. ผู้เล่นที่ tight มากๆ ไม่ค่อย call ตามการเดิมพันไปถึง showdown                 เมื่อเจอผู้เล่นแบบนี้ คุณควรจะยิงเดิมพันให้บ่อยขึ้นทั้ง flop turn river ยิงเดิมพันให้ครบทุกรอบเลย ตัวอย่างเช่น ในการเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ผู้เล่น 6 คน เกม $5/$10 Stacks $1000. คุณอยู่ในตำแหน่ง middle position ด้วยไพ่ A♥ Q♠ UTG fold คุณ raises $25. อีก 3 คน...

เมื่อเปิดไพ่ที่ได้รับมาเป็นไพ่ Q♦ Q♥ คุณเลยตัดสินใจที่จะ raise preflop ไป ปรากฎว่ามีผู้เล่นอีก 2 คน call ตามการเดิมพันของคุณมา flop ออกมาเป็นไพ่ต่ำๆ และไพ่บนมือของคุณยังเป็น overpairs อยู่ คุณรู้สึกว่าคุณกำลังจะได้ชิปเพิ่มขึ้นแน่ๆเลย แต่แล้วคุณก็คิดถึงบทความนี้ขึ้นมา ว่าได้พูดถึงสถานการณ์นี้ไว้ว่าอย่างไร ในบทความนี้เราจะพูดถึงสถานการณ์ไหนที่คุณควรจะ check overpairs ที่อยู่ในมือ เพื่อที่จะได้กำไรสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ด้วย 3 สถานการณ์ใหญ่ๆ คือ เกมที่มีผู้เล่นเข้าร่วมหลายคน เกมที่คุณมีตำแหน่งไม่ดีแล้วเจอกับผู้เล่น tight และเกมที่คุณมีตำแหน่งที่ดีเจอกับผู้เล่นจาก big blindแต่บอร์ดไม่ดีนัก มาเริ่มกันเลย…. สถานการณ์ที่ 1 : เกมที่มีผู้เข้าร่วมเล่นหลายคน                 สมมติว่าคุณ raise preflop ด้วยไพ่ Q♦ Q♥ มีผู้เล่น call ตามมา 2 คนในตำแหน่ง button และ big blind เปิด flop ออกมาเป็น T♥...

คุณกำลังจะได้เรียนรู้ปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยนึงในการเล่นโป๊กเกอร์ ลักษณะบนบอร์ด เป็นชิ้นส่วนข้อมูลที่สำคัญมากๆสำหรับผู้เล่นทุกคน ช่วยในการดูขนาดการเดิมพันที่เหมาะสม ความถี่ที่ควรจะเดิมพัน รวมไปถึงกลยุทธ์ที่จะเล่นหลังจาก preflop อีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาอธิบายและบอกถึงวิธีการปรับกลยุทธ์ในการเล่นของบอร์ดลักษณะต่างๆกัน 10 เคล็ดลับของเรานั้นถูกสอดแทรกลงในบอร์ดแต่ละชนิด บางบอร์ดอาจจะมีเคล็ดลับให้ 2-3 ข้อ และบางบอร์ดอาจจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นเรามาค่อยๆเริ่มไปด้วยกัน ด้วยบอร์ดทั้งหมด 6 บอร์ดดังนี้ -บอร์ด Rainbow disconnected                 บนบอร์ดลักษณะแบบนี้ตำแหน่งที่นั่งจะเป็นตัวกำหนดความ aggressive และขนาดของการ c-bet ได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในตำแหน่ง in position เนื่องจากผู้เล่น blind ส่วนใหญ่จะพลาดไพ่หลายๆอย่างไปและการ c-bet น้อยๆจะทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในจุดที่ตัดสินใจลำบาก                 ถ้าอยู่ในตำแหน่งblind คุณจำเป็นจะต้อง call ให้มากขึ้น อาจจะเล่นไพ่ที่อ่อนกว่าปกติ โดยเฉาะอย่างยิ่งถ้าเจอการ bet น้อยๆ คุณอาจจะ call ด้วยไพ่ที่สูงกว่าบอร์ด แต่อาจจะมี backdoor flush หรือจะเป็น A กับไพ่สูงไปถึงกลางๆ กลยุทธ์ในการ call ของคุณจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดการเดิมพันของคู่ต่อสู้ ทริคเล็กๆน้อยๆ                 1.ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่ง in...

ผู้เล่นใน micro stakes ทุกคนคงมีเป้าหมายเหมือนกันอย่างนึงก็คือ อยากสร้างกำไรให้ได้เยอะๆเพื่อที่จะขยับไปเล่นใน stakes ที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้เล่นหลายๆคนพบว่ามันง่ายดายมากๆที่พวกเขาจะเอาชนะในเกม micro stakes แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถออกไปเล่นใน stakes ที่สูงขึ้นได้เลย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ? คำตอบที่สำคัญนั้นแอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้เล่นต่างละเลยมันไป “นโยบาย rake ของห้องโป๊กเกอร์” เป็นสิ่งเล็กๆที่มีผลกระทบต่อทุกคน ห้องส่วนใหญ่แล้วก็จะเก็บ 8-12 BB ทุกๆ 100 รอบที่เล่นในเกม micro stakes ดังนั้นถ้าใน 100 รอบ คุณมีอัตราเฉลี่ยชนะอยู่ที่ 15 BB มันหมายความว่าคุณได้กำไรจริงๆแค่ 5 BB เท่านั้น ส่วนนึงของชัยชนะที่คุณได้มาได้หายไปแล้ว นี่คือความท้าทายอย่างนึงในการเล่น micro stakes เพราะว่าคุณจะต้องพยายามเอาชนะผู้เล่นคนอื่นๆบางทีคุณอาจจะอยากชนะผู้เล่นทั้งห้องนั้นเลยก็ได้ (ความกังวลในเรื่องค่า rake ในเกม mid stakes และ high stakes จะลดน้อยลงเมื่อเกมใหญ่ขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเกม 500NL ค่า rake อยู่ที่ 4BB ต่อ...

เมื่ออยู่ในสถานการณ์การรอไพ่ทั้ง turn หรือ river เพื่อจะติด straight หรือ flush เนี่ย เป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของ range ไพ่มากเลยทีเดียว ถ้าโดยปกติแล้วคุณไม่เคยคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยตอนที่ตัดสินใจสิ่งต่างๆบนโต๊ะโป๊กเกอร์ บทความนี้อาจจะช่วยคุณได้ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ก็คือไพ่ backdoor ไม่ได้มีค่าความได้เปรียบเพียงแค่สามารถที่จะทำให้กลายเป็นไพ่ที่แข็งขึ้นได้ แต่ไพ่แบบนี้จะเป็นตัวช่วยให้คุณได้เล่นเข้าไปถึงรอบ river ได้บ่อยครั้ง เป็นไพ่ที่มีความสามารถในการเล่นมากยิ่งขึ้นและยังทำให้คุณเข้าใจค่าความได้เปรียบมากขึ้นด้วย 1.เพิ่มแนวโน้มการเดิมพัน เมื่อไพ่ที่ไม่มีอะไรบนมือกลายเป็นไพ่ backdoor flush                 ถ้าคุณมีไพ่ที่รอ backdoor flush อยู่บนมือ คุณควรจะพิจารณาถึงการเดิมพันที่เพิ่มมากขึ้น (เมื่อคุณเป็นผู้ริเริ่มการเดิมพัน) และมันจะยิ่งเป็นจริงมากขึ้นเมื่อคุณมีตำแหน่งที่นั่งที่ดีกว่าคู่ต่อสู้ของคุณด้วย                 การเดิมพันด้วยไพ่ backdoor flush จะสามารถสร้างกำไรให้คุณได้ เมื่อคุณใช้มันบลัฟฟ์ในรอบ turn ด้วยสถานการณ์ 2 สถานการณ์นี้                 เมื่อไพ่ในรอบ turn มาทำให้คุณติด flush จริงๆ ตอนนี้คุณมีค่าความได้เปรียบสูงมาก ซึ่งคุณสามารถใช้สถานการณ์นี้และคงความ aggressive ด้วยการยิง double barrel ได้ นอกเหนือไปกว่านั้น ถ้าคุณยังไม่ติดในรอบ turn คุณอาจจะยิงเดิมพันไปก่อน...

ผู้เล่นโป๊กเกอร์ชั้นนำมักจะเก่งกาจในการอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ ซึ่งถือว่าเป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากและยังสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลในการตัดสินใจอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ผู้เล่นที่ไม่สามารถอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ได้มักจะคาดเดาว่าคู่ต่อสู้ “มี” หรือ “ไม่น่ามี” อะไร ในขณะที่คุณพยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้ คุณควรคิดอย่างระมัดระวังมากๆว่าไพ่นั้นเป็นยังไง แนวโน้มของคู่ต่อสู้จะเป็นยังไง พยายามรวบรวมข้อมูลทุกๆอย่างมาปะติปะต่อกัน วันนี้เราจะเอา 4 ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามคาดเดา range ไพ่ในมือของคู่ต่อสู้มาฝากกัน ข้อผิดพลาดที่ 1 – คาดเดาว่าคู่ต่อสู้นั้นคิดเหมือนคุณ                 นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดที่แย่ที่สุดและผิดกันมากที่สุดเวลาที่คุณกำลังหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้อยู่ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากเลย ตัวอย่างเช่น คุณมักจะ 3-bet ด้วยไพ่ AKo เมื่ออยู่ในตำแหน่ง small blind พอคู่ต่อสู้ 3-bet จากตำแหน่ง small blind คุณก็จะเริ่มมีความคิดแว๊บเข้ามาในหัวแล้วว่าจะต้องเป็น range ไพ่ประมาณนี้แน่ๆเลยเหมือนกับตัวคุณเอง แต่ลักษณะความคิดแบบนี้สามารถทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้เลยนะ                 ไม่มีผู้เล่นคนไหนๆที่เหมือนกันเป๊ะๆและเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนักที่พยายามคิดว่า “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำยังไง ? “ ตอนที่พยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้                 แน่นอนว่าบางครั้งคู่ต่อสู้อาจจะมีความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกับคุณ...

ถ้าคุณจะต้องเลือกกลยุทธ์ที่จะใช้หนึ่งอย่างบนโต๊ะโป๊กเกอร์ คุณจะเลือกอะไรระหว่าง game theory หรือ หาข้อได้เปรียบจากกลยุทธ์พื้นฐาน ? นี่เป็นหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกันมากในปีนี้ ผู้เล่นที่เล่น stake สูงๆส่วนมากจะใช้เวลาไปกับการพัฒนากลยุทธ์ของทฤษฎี GTO ให้เข้าใกล้กับความเข้าใจของคนเรามากที่สุด แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าถ้าใช้แต่ทฤษฎี GTO เนี่ย มันหมายถึงว่าคุณจะไม่ตักตวงผลประโยชน์จากความผิดพลาดของคู่ต่อสู้เลย ซึ่งมันจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ไปมากทีเดียว สิ่งที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้ในบทความนี้คือ -ทำไมคุณถึงไม่เลือกจุดตรงกลางระหว่างสองแนวทางนี้ล่ะ -ต้นทุนที่ผู้เล่นจะต้องจ่าย เมื่อพยายามเล่นแบบเอารัดเอาเปรียบหรือหาผลประโยชน์ -คุณจะกำหนดกลยุทธ์การเล่นในปี 2020 ของคุณยังไง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า GTO คืออะไร                 GTO ย่อมาจาก Game Theory Optimal คือ กลยุทธ์ที่คุณไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคู่ต่อสู้ได้ หรืออีกทางนึงถ้าคุณเล่นกลยุทธ์ GTO ที่แท้จริงก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ต่อสู้ของคุณจะเอาเปรียบคุณได้ อาจจะอ่านดูแล้วไม่เห็นจะเข้าใจ ตัวอย่างที่อาจจะเห็นภาพชัดที่สุดก็คือ การเล่น ค้อน กรรไกร กระดาษ                 กลยุทธ์ GTO ของเกมนี้คือ สุ่มเลือก 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นค้อน กรรไกร หรือกระดาษ แล้วเล่นทางเลือกนั้น 1 ใน 3 ของการเล่นทั้งหมด...

ผู้เล่นอาจจะได้ยินคำๆนี้มานานและอาจจะบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและยังสบสนอยู่ดี บทความนี้จะพูดถึงประสิทธิภาพของแนวคิดนี้และคุณจะสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ในเกมของคุณได้ยังไงบ้าง Blocker คือไพ่ที่คุณถืออยู่แต่กลับมีผลต่อความสัมพันธ์ของคู่ต่อสู้กับไพ่บนบอร์ด ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเลยคือคู่ต่อสู้อาจจะมีทางออกน้อยลงเพราะคุณถือไพ่ใบนั้นอยู่ หรือบางครั้งอาจจะทำให้คุณทราบว่าคู่ต่อสู้กำลังเดิมพันเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือเพื่อบลัฟฟ์ ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆที่จะสามารถทำให้คุณพัฒนาการเล่นของคุณได้โดยการใช้แนวคิด blocker Top set จะ raise หรือไม่ raise                 จินตนาการภาพการเล่น 6 Max cash game ออนไลน์ คุณอยู่ที่ตำแหน่ง big blind และผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง EP เป็นคนเริ่มเปิดการเดิมพันมา คุณตัดสินใจ call ไปและเผชิญหน้าตัวต่อตัว flop ออก Q X X บอร์ดแบบ rainbow ไม่มีลุ้นสี ลุ้นเรียง และคุณกำลังติด top set อยู่ คุณตัดสินใจที่จะ check และคู่ต่อสู้ c-bet กลับมา ตอนนี้คุณจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะ raise กลับไปหรือไม่                 ถ้าคุณ raise กลับไปกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ค่อยหมอบให้อยู่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าคุณไม่รู้ข้อมูลตรงนั้นล่ะ ผู้เล่นมือใหม่จึงมักจะตื่นเต้นในสถานการณ์นี้และเริ่มคิดถึงการเดิมพันสูงๆเพื่อให้ได้มูลค่ามากๆแต่ความจริงแล้วคุณควรจะมองไปถึงไพ่ในมือคู่ต่อสู้ว่าเขาน่าจะถือไพ่แบบไหนอยู่ และเล่นยังไงที่จะทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะเล่นต่อ ไพ่ที่เขาถือในมืออาจจะเป็น top...

X