ผู้เล่นอาจจะได้ยินคำๆนี้มานานและอาจจะบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและยังสบสนอยู่ดี บทความนี้จะพูดถึงประสิทธิภาพของแนวคิดนี้และคุณจะสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ในเกมของคุณได้ยังไงบ้าง Blocker คือไพ่ที่คุณถืออยู่แต่กลับมีผลต่อความสัมพันธ์ของคู่ต่อสู้กับไพ่บนบอร์ด ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเลยคือคู่ต่อสู้อาจจะมีทางออกน้อยลงเพราะคุณถือไพ่ใบนั้นอยู่ หรือบางครั้งอาจจะทำให้คุณทราบว่าคู่ต่อสู้กำลังเดิมพันเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือเพื่อบลัฟฟ์ ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆที่จะสามารถทำให้คุณพัฒนาการเล่นของคุณได้โดยการใช้แนวคิด blocker Top set จะ raise หรือไม่ raise                 จินตนาการภาพการเล่น 6 Max cash game ออนไลน์ คุณอยู่ที่ตำแหน่ง big blind และผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง EP เป็นคนเริ่มเปิดการเดิมพันมา คุณตัดสินใจ call ไปและเผชิญหน้าตัวต่อตัว flop ออก Q X X บอร์ดแบบ rainbow ไม่มีลุ้นสี ลุ้นเรียง และคุณกำลังติด top set อยู่ คุณตัดสินใจที่จะ check และคู่ต่อสู้ c-bet กลับมา ตอนนี้คุณจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะ raise กลับไปหรือไม่                 ถ้าคุณ raise กลับไปกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ค่อยหมอบให้อยู่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าคุณไม่รู้ข้อมูลตรงนั้นล่ะ ผู้เล่นมือใหม่จึงมักจะตื่นเต้นในสถานการณ์นี้และเริ่มคิดถึงการเดิมพันสูงๆเพื่อให้ได้มูลค่ามากๆแต่ความจริงแล้วคุณควรจะมองไปถึงไพ่ในมือคู่ต่อสู้ว่าเขาน่าจะถือไพ่แบบไหนอยู่ และเล่นยังไงที่จะทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะเล่นต่อ ไพ่ที่เขาถือในมืออาจจะเป็น top...

การมีระเบียบวินัยในตนเองและความสามารถที่จะควบคุมตนเองในขณะที่เล่นโป๊กเกอร์ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้เล่นทุกๆคน เพราะสองสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้เล่นได้รับผลประโยชน์กลับมาอย่างน่าเหลือเชื่อ การมีวินัยและการควบคุมตัวเองที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จพึงจะมี เราทุกคนมักจะคิดว่าตัวเองนั้นเป็นมืออาชีพ มีวินัยในระดับสูงเพื่อนำตัวเองไปสู่การเดิมพันสูงๆและเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่เป็นตำนาน แต่น่าเสียดายที่บ่อยครั้งเส้นทางที่เราวางแผนเอาไว้ หรือหนทางที่เราวาดฝันเอาไว้นั้นไม่สอดคล้องกับการกระทำของเราเอง พวกเราอาจจะคิดว่าการดูวีดีโอสอนน่าจะเป็นส่วนที่ข้ามไปได้บ้างแหละ ในเมื่อส่วนนี้มันก็ดูไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่ หรือเป็นส่วนที่มันอาจจะขัดแย้งกับความรู้สึกของคุณ แต่การที่คุณข้าม “เพียงส่วนนึง” จะกลายเป็นสิ่งที่กีดกันคุณจากการสร้างนิสัยที่ดี และไอนิสัยที่ดีเหล่านี้เนี่ยล่ะเป็นส่วนสำคัญสำหรับความสำเร็จของคุณในระยะยาว วินัย กับ แรงจูงใจ                 แรงจูงใจ เป็นคำๆนึงที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทุกๆคนดูเหมือนพยายามเป็นอย่างมากในการมองหาหรือสอดส่องแหล่งกำเนิดของมันไม่ว่าจะเป็น คลิปในยูทูป หนังสือพัฒนาตนเองหรือวิทยากรที่พูดเรื่องนี้โดยเฉพาะ แรงจูงใจเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดแต่ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากและเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่เสมอ ถึงแม้บางครั้งคุณอาจจะพบแหล่งที่ก่อเกิดแรงจูงใจของคุณ แต่มันอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณไม่ควรเชื่อมั่นในความคิดของตนเองและควรจะมองหากิจกรรมเล็กๆน้อยๆเพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดีแก่คุณเอง แทนที่แรงจูงใจด้วยวินัยของคุณ                 ความสำเร็จเกิดจากการกระทำเล็กๆน้อยๆที่ถูกกระทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำสม่ำเสมอ วิทยากรที่พูดให้แรงบันดาลใจอาจจะบอกกับคุณว่าถ้าคุณอยากจะเล่นในเกมใหญ่ๆ กลายเป็นผู้เล่นที่เล่นใน stakes สูงๆ คุณจะต้องทะเยอทะยาน อดหลับอดนอนเพื่อที่จะบรรลุถึงเป้าหมายของคุณ ดูเหมือนว่าคุณจะต้องมีการเสียสละตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ถูกต้องมั้ย ? แต่ในความจริงแล้วคุณไม่สามารถก้าวกระโดดขึ้นไปเล่นในเกมใหญ่ๆได้ในชั่วข้ามคืน มันเป็นเกมที่ต้องใช้เวลายาวนาน และการจัดตารางการนอนหลับที่ดีก็เป็นองค์ประกอบนึงที่สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นจากภาพใหญ่ให้มองเจาะลงไปเป็นการกระทำเล็กๆก่อนและเริ่มสร้างวินัยให้ตัวเอง การควบคุมตนเอง                 ประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เกี่ยวกับการเป็นอยู่ของมนุษย์บอกว่ามนุษย์เรามักจะสละการลงทุนในระยะยาวเพื่อแลกกับความสุขในระยะสั้น (เหมือนเช่นการกินผลแอปเปิ้ลในสวนอีเด็น) มันเป็นแบบนั้นเพราะว่าเราพ่ายแพ้ให้แก่สิ่งที่มากระตุ้น และความเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเลย เราไม่ได้ชั่งน้ำหนักของข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรเล็กๆน้อยๆอย่างเช่น การกินโดนัทนิดนึงตอนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ หรือการข้ามการเล่นโป๊กเกอร์ไปนิดนึงเพื่อดู Netflix สมองของมนุษย์เราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราหาหนทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ต่างๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่คนเรามีแนวโน้มที่จะทำสิ่งต่างๆตามแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้น                 โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว จากที่เห็นอุดมสมบูรณ์อยู่อาจจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นขาดแคลนโดยพริบตาโดยไม่มีการแจ้งเตือนแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเราทุกคนควรจะมีการวางแผนที่ดีเพื่ออนาคตและทำอย่างไรถึงจะใช้ชีวิตในปัจจุบันได้ สำหรับโป๊กเกอร์คุณอาจจะเริ่มมองหาเป้าหมายในการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณก่อน...

จากตำแหน่ง Cut off คุณสามารถเลือกเล่นไพ่ได้อย่างหลากหลายเพราะว่าคุณได้ผลประโยชน์จากตำแหน่งที่นั่งเยอะมาก เมื่อคุณได้อยู่ในตำแหน่งนี้ขอให้เช็คให้ดีเสมอว่าคุณได้รับผลประโยชน์สูงที่สุดจากตำแหน่งนี้แล้วหรือยัง บางครั้งผู้เล่นหลายๆคนหลงใหลการเล่นโป๊กเกอร์ในตำแหน่ง BTN มาก มากจนลืมตำแหน่ง Cut off ที่ได้รับผลประโยชน์จากตำแหน่งที่นั่งไม่แพ้กัน แถมยังสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลเช่นกันอีกด้วย เมื่อเล่นอย่างถูกต้อง ถ้าคุณทำให้อัตราการชนะอยู่ที่ 20BB/100 ในตำแหน่งนี้ คุณกำลังทำได้ดีมากๆเลยล่ะ คุณไม่สามารถรับประกันการเปิดการเดิมพันได้จากตำแหน่ง Cut off ไม่เหมือนกับตำแหน่ง BTN เพราะว่าตำแหน่ง BTN นั้นทรงพลังมากจริงๆ สามารถ 3-bet ได้อย่าง aggressive สุดๆ เนื่องจากหลัง pre-flop ไปแล้ว ตำแหน่ง BTN ก็ยังได้เปรียบในการตัดสินใจมากกว่าตำแหน่งอื่นๆอยู่ และด้วยเหตุผลข้อนี้ ทำให้ range ไพ่ที่จะนำมาเล่นในตำแหน่ง Cut off จะต้องมีความ tight มากกว่า range ไพ่ในตำแหน่ง BTN ถึงแม้ว่าในบางสถานการณ์ผู้เล่นในตำแหน่ง BTN จะ tight เอามากๆ แต่คุณก็ยังสามารถเล่นไพ่ได้หลากหลายอย่างในตำแหน่ง Cut off เหมือนกับเป็นตำแหน่ง BTN ที่สองเลยก็ว่าได้...

ในการเล่นตำแหน่งนี้ค่อนข้างยากกว่าตำแหน่งอื่นๆอยู่เล็กน้อยถ้าให้เปรียบเทียบ เพราะฉะนั้นเราจะมาลดการสูญเสียจากการรู้ว่าต้องเล่นยังไงในตำแหน่งนี้ถึงจะเหมาะสมที่สุดกัน อย่างที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่ว่าตำแหน่ง small blind นั้นเป็นตำแหน่งที่สามารถสร้างกำไรจากการเล่นได้น้อยที่สุด บางทีคุณอาจจะเสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งของรอบนั้นไปโดยที่ยังไม่ทันได้ดูไพ่ที่ได้รับเลย และไม่ว่าจะเล่นยังไงคุณก็จะมีตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ดีในรอบหลัง pre-flop อีกด้วย (ความเป็น out of position ตลอดกาล) แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นที่เก่งมากๆ ก็ยังสูญเสียเงินจากตำแหน่ง small blind เลย ถ้าคุณหมอบทุกๆครั้งที่อยู่ในตำแหน่ง small blind คุณจะเสียเงินทั้งหมด -50BB / 100 รอบ แต่ถ้าคุณสามารถลดการสูญเสียและเพิ่มอัตราชนะให้กลายเป็น -15 BB / 100 รอบ คุณกำลังทำได้ดีทีเดียวนะ ดังนั้นการเล่นตำแหน่ง small blind จุดประสงค์หลักไม่ใช่การเล่นเพื่อสร้างผลกำไรแต่เป็นการเล่นเพื่อให้เสียน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ Big Blind กับ Small Blind                 หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยๆเมื่อผู้เล่นอยู่ในตำแหน่ง small blind ก็คือ ไม่รู้ว่าตำแหน่งที่นั่งระหว่าง big blind และ small blind นั้น แตกต่างกัน                 ถ้าคุณกำลังใช้กลยุทธ์และวิธีการเล่นในสองตำแหน่งนี้เหมือนๆกันอยู่ คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ...

การเล่นในตำแหน่ง blind อาจจะต้องการทัศนคติที่ต่างจากตำแหน่งอื่นๆซักเล็กน้อย ดังนั้นคุณควรจะปัดฝุ่น เรียนรู้มันกันซักหน่อย ตำแหน่ง big blind มีเอกลักษณ์เฉพาะและแตกต่างจากตำแหน่งอื่นๆภายในโต๊ะ มีบางสิ่งบางอย่างที่คุณควรจะต้องทำ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ที่ซึ่งคุณไม่เคยคิดที่จะทำเลยในตำแหน่งอื่นๆ แม้แต่ผู้เล่นที่ดีบางครั้งก็ยังเสียเงินจากตำแหน่งนี้เช่นกัน การถูกบังคับให้ลงเงินเดิมพันก่อนโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นไพ่เลยเป็นอะไรที่เสียเปรียบเอามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการเล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ดีในเกมอีกด้วย ในตำแหน่ง big blind นี้จึงไม่ค่อยสร้างกำไรให้กับผู้เล่นมากนัก แต่จะทำยังไงถึงจะเสียให้น้อยที่สุดเมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ ลองคิดว่าคุณจะหมอบทุกครั้งที่อยู่ในตำแหน่ง big blind คุณจะเสียเงินเดิมพันทั้งหมด 100 BB / 100 รอบ แต่ถ้าคุณสามารถทำให้อัตราการแพ้ชนะนี้อยู่ที่ 30 BB / 100 รอบ คุณกำลังทำได้ดี เพราะสามารถชดเชยความสูญเสียให้น้อยลง Loose หน่อย                 เมื่อคุณได้ลงเดิมพันไปใน pot แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งที่คุณควรที่จะพยายามก็คือปกป้องเงินที่ลงเดิมพันไปนั้นเอง ความผิดพลาดที่ผู้เล่นส่วนมากทำกันก็คือพยายามปกป้องเงินที่ลงไปด้วยการเลือกไพ่ที่ tight มากๆ ผู้เล่นที่ดีหมายๆคนก็มักจะคิดแบบนี้ และมักจะแนะนำให้เล่น tight เสมอเวลาที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี (out position)                 ลองมาดูตาราง range ต่างๆและดูว่าคุณจะพอทำอะไรได้บ้างในการปกป้องเงินเดิมพันของคุณ BB ranges...

เราจะพัฒนาความสามารถในการอ่านไพ่คู่ต่อสู้ได้ยังไง ? คำถามนี้มักจะถูกถามกันบ่อยๆและมันก็เป็นคำถามที่น่าสนใจมากๆ เหมือนกับการถามว่า ทำยังไงให้เล่นโป๊กเกอร์ให้ดียิ่งขึ้น ? การอ่านไพ่เป็นส่วนที่สำคัญมากของการเล่นโป๊กเกอร์ คำตอบของคำถามนี้จึงไม่ง่ายดายนักเหมือนเช่นตอนตั้งคำถาม ทักษะนี้เป็นทักษะที่มีการพัฒนาไปอย่างช้าๆและต้องใช้ประสบการณ์ในการเล่นและการฝึกฝนร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเราจะลองมาพยายามรวบรัดเทคนิคบางประการที่พอจะช่วยตอบคำถามข้อนี้ได้ละกัน 1.เข้าใจ range ไพ่                 เรามักจะอ้างอิง range ไพ่ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น “คู่ต่อสู้ 3-bet มา range ไพ่ 10%” ความหมายของประโยคนี้เป็นไปได้จำกัดมาก ถ้าดูตามหลักเหตุผล 10% ในประโยคนี้จะบอกถึงเปอร์เซ็นต์ที่ไพ่ของคู่ต่อสู้จะมีไพ่ที่ดีมากๆ แต่แนวคิดนี้ไม่ได้บอกถึงเรื่องความถี่หรือเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้น คู่ต่อสู้ของเราอาจจะ 3-bet ด้วยไพ่ที่ไม่ดี 10% จากทั้งหมดก็ได้ Merged/Depolarized/Linear                 เป็นชนิดของ range ที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ทั้ง 3 คำนี้สามารถใช้ทดแทนกันได้ เราอาจจะได้ยินคำว่า Merged หรือ Linear ซึ่งก็มีความหมายเหมือนกัน แนวคิดนี้จะใช้ทดแทนช่วงไพ่ที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถรู้ได้ว่าไพ่แบบไหนคือไพ่ที่ดีจริงๆ เพราะมันขึ้นอยู่กับเราว่าเราจัด range ไพ่ที่ดียังไง ไพ่ทุกไพ่ไม่ได้มีค่าความได้เปรียบที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าเราเอาไพ่ใบนั้นไปเทียบกับไพ่อะไร และไพ่ใน range ไหน ไพ่บางไพ่อาจจะดีเมื่อเทียบกับไพ่ที่อยู่ใน range เดียวกัน...

ความเครียดนั้นเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ความวิตกกังวลก็มีผลกระทบต่อทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นคุณครูอนุบาลหรือประธานบริษัทใหญ่โต การตอบสนองต่อความเครียดนั้นขึ้นอยู่กับสารเคมีในสมองอย่าง อะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ที่จะทำให้คุณสามารถกระตุ้นตัวเองและใช้ชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่มีความเครียดก็อาจจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะเรียนรู้ว่าสถานการณ์ไหนคุณจะต้องหมอบไพ่ในมือและสถานการณ์ไหนคุณควรที่จะเล่นมันต่อ แต่ผลกระทบทางลบก็มีไม่น้อยเลยเช่นกัน เพราะร่างกายของคุณจะตอบสนองต่อความเครียดอย่างรวดเร็วและเพิ่มความกดดันของตัวเองให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นคุณจึงไม่ควรที่จะตกในวังวนความเครียดที่ยาวอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น ปัญหาในครอบครัว ปัญหาด้านการเงินหรือแม้กระทั่งความแปรปรวนบนโต๊ะโป๊กเกอร์ก็ด้วย ผลของความเครียดที่มากเกินไป                 ในขณะที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเครียดนี่ได้ สิ่งที่ดีที่สุดในการรับมือก็คือความสามารถในการจัดการกับความเครียดและการทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแกร่ง เพราะการมีความเครียดที่มากเกินไปนั้นจะทำให้ผลที่ออกมาไม่เป็นที่น่าพึงพอใจนัก                 ระดับฮอร์โมนความเครียดที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลเป็นสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพหลายๆประการรวมไปถึงความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า โรคอ้วน หยุดหายใจระหว่างหลับหรือปัญหาสมรรถภาพทางเพศ ส่วนความวิตกกังวลสามารถลดทักษะการคิดและประมวลผลของคุณลง ทำให้บางครั้งอาจจะส่งผลต่อหน้าที่การงานและการดำรงชีวิต การต่อสู้กับความเครียดเปรียบเสมือนกับเกมที่มี stack สูงๆซึ่งมีโอกาสทำให้คุณสูญเสียเงินมากกว่า bankroll ที่คุณมีอยู่                 ความเครียดควรจะเป็นปัญหาที่คุณให้ความสำคัญปัญหานึง เพราะบางทีมันไม่ง่ายเลยที่จะรับมือกับความเครียดได้ด้วยตัวเอง การใช้ยาเข้ามาช่วยอาจจะเป็นทางออกที่ดีในบางครั้ง และในบางกรณีควรจะได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ทำไมโป๊กเกอร์ถึงเป็นเกมที่เครียดมากนัก ?                 “จะสู้หรือจะหนี” เป็นประโยคที่บอกถึงความไม่แน่นอนอย่างชัดเจน และเมื่อก้าวเข้ามาถึงการเล่นโป๊กเกอร์สำหรับมืออาชีพแล้วนั้นความไม่แน่นอนนี้ก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย บางครั้งความแปรปรวนในเกมทำให้ผู้เล่นไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเกมนี้พวกเขาจะสามารถชนะได้หรือเปล่า หรือจะมีอะไรเข้ามาพลิกเกมหรือไม่                 ถึงแม้คุณจะรวบรวมข้อมูลต่างๆมากมายและมีเป้าหมายที่แน่นอน คุณทราบว่าอัตราการชนะของคุณจะอยู่ที่ประมาณ 8-12BB / 100 แต่คุณก็ยังไม่สามารถยืนยัน มั่นใจ 100% ได้ว่าเดือนนี้คุณกำลังจะเป็นผู้ชนะของเกม เช่นเดียวกับช่วงเวลา downswing มันก็คงไม่ยืดเยื้อยาวนานจนถึงแสนรอบ และถ้าคุณมีทักษะสูงๆด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นไปได้ยากใหญ่ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ความไม่แน่นอนมันก็เป็นส่วนนึงของเกมไปแล้ว ยิ่งถ้าคุณเพิ่มภาระจากบิลค้างชำระหรือเงินทุนที่เริ่มหายไปเข้าไปในการเล่นโป๊กเกอร์ด้วย มันจะเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าผู้เล่นจะมีความเครียดในระดับที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด                ...

ผู้เล่นโป๊กเกอร์ทุกๆคนรู้กันดีว่าพวกเขาไม่สามารถเล่นแล้วได้กำไรกลับออกมาในทุกๆวัน มันจะต้องมีบางวันที่พวกเขาเข้าไปเล่นแล้วเสียมากกว่าที่เคยได้กำไรกลับมา บางครั้งเราก็สามารถที่จะป้องกันมันได้แต่ก็น้อยมากๆ ถึงแม้โป๊กเกอร์จะเป็นเกมที่ใช้ทักษะซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องของโชคลางมันเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งบางวันมันกลับมีผลมากจนน่าประหลาดใจ ผู้เล่นที่เล่นโป๊กเกอร์เป็นประจำจะพอทราบว่าบางทีเรื่องโชคลางกลับมีผลมากกว่าทักษะของพวกเขาในบางครั้ง และมันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีวันจบสิ้น เผชิญหน้ากับ downswings ครั้งใหญ่                 ปกติแล้วผู้เล่นที่เล่นโป๊กเกอร์เป็นประจำไม่ว่าจะเป็น cash game หรือ tournament ก็มักจะเตรียมใจ เตรียมเงินเผื่อเสียสัก 2-3 buy-in อยู่แล้ว หรือเลือก tournament ที่จะเข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งคราว ซึ่งน่าจะเป็นไปในลักษณะนี้ แต่ในบางโอกาสซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นบ่อยๆนัก การเสีย 2-3 buy-in ที่เตรียมใจเอาไว้นั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และหลังจากนั้นเราก็ยังเจอกับไพ่ที่ไม่ดี รอสี รอเรียงอยู่ร่ำไปไม่ยอมจบสิ้นซะที แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ ?                 ทุกๆครั้งที่ all-in เพื่อลุ้นไพ่ก็ไม่เคยเข้าทางเลย ไพ่ที่รออยู่ก็ไม่ยอมติดซักที ตามเข้าไปดู flop รอบไหนก็พลาดทุก flop แม้กระทั่งถือ AKs อยู่ในมือก็ดูเหมือนจะถูกไพ่ AQ AJ เอาชนะไปได้หน้าตาเฉย                 “เห้ย มันเป็น variance ในเกมน่า” คุณอาจจะบอกกับตัวเองแบบนี้ และมีความคิดที่ว่า ไอเกมแบบนี้อยู่ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็กลับมาอยู่ในร่องในรอยเหมือนปกติแล้ว...

โป๊กเกอร์เป็นเกมที่เรามีข้อมูลไม่ครบถ้วน เราจะต้องมองหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา จาก rangeไพ่ ดูแพทเทิร์นการเล่น metagame และยังต้องค้นหาสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็นอีกต่างหาก น่าเสียดายที่พอเรามีแนวความคิดแบบนี้ปุ๊ป เรื่องเบสิคพื้นฐานก็มักจะถูกลืมเลือนไป เช่นสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าอย่าง ไพ่บนบอร์ด ไพ่บนบอร์ด มักจะได้รับความสนใจน้อยกว่าความเป็นจริงและทำให้เราได้รับข้อมูลจากบอร์ดน้อยเกินไปมาก ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาย้อนไปตอบคำถามสุดคลาสสิคอย่าง “อ่านบอร์ดยังไง?” กัน ประเภทของบอร์ด บอร์ด rainbow ตัวอย่างบอร์ด K♥  7♣  2♦ บอร์ดสุดแสนจะคลาสสิค ไม่มีการรอ flush อย่างแน่นอนในบอร์ดลักษะณะนี้ ทำให้ทั้งเราและคู่ต่อสู้สูญเสียโอกาสที่จะเล่น aggressive มากขึ้นหรือความสามารถในการ call ตามการเดิมพันสูงๆ เพราะไพ่ที่จะสามารถเล่นได้ในบอร์ดลักษณะนี้นั้นแคบมาก และการเล่นในบอร์ดแบบนี้มักจะจบที่การ c-bet และหมอบ บอร์ด two tone ตัวอย่างบอร์ด 9♠  7♠  3♣ บอร์ดแบบนี้จะทำให้การเล่นมีทริคมากขึ้นกว่าเดิม ไพ่ที่สามารถ call ตามมาได้ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นมากกว่าบอร์ด rainbow นอกจากนี้ประสิทธิภาพของการ c-bet จะเพิ่มสูงขึ้น หรือการ check/raise จะถูกนำมาใช้บนบอร์ดแบบนี้มากยิ่งขึ้น บอร์ด monotone ตัวอย่างบอร์ด A♠  K♠  8♠...

การเล่น squeeze เป็นเทคนิคขั้นสูงขึ้นมาอีกนิดนึงสำหรับรอบ pre-flop ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งใน cash game และทัวร์นาเมนต์ การ squeeze เป็นอะไรที่ได้ผลมากๆ แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังเช่นกัน การเล่น squeeze คืออะไร ?                 การ squeeze มักจะเกิดขึ้น เมื่อคุณรู้ว่าผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง EP เป็นผู้เล่นที่เล่นไพ่กว้างมากๆ แต่กลับ raise มาในรอบ pre-flop และมีผู้เล่นคนอื่น call ตามมา เมื่อมาถึงเรา เราเลือกที่จะ re-raise ให้หนักและคว้า pot นั้นไป                 ความหมายก็คือ เราคาดหวังว่าเราจะได้รับผลประโยชน์จากการ raise ของผู้เล่นแบบ loose และ คาดหวังว่าผู้เล่นที่ call ตามมาจะเล่นไพ่ที่แย่กว่าปกติเพราะอยากเข้ามามีส่วนร่วมในเกมของผู้เล่นคนแรกและคว้าเงินกองกลางไป                 ดังนั้นผู้เล่น loose ที่ raise มาตอนแรกก็อาจจะไม่สามารถ call ตามการ re-raise ของเราได้ เพราะไพ่ในมืออาจจะไม่ดีพอ และผู้เล่นที่ call ตามมาก็ไม่สามารถ...

X