คุณกำลังจะได้เรียนรู้ปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยนึงในการเล่นโป๊กเกอร์ ลักษณะบนบอร์ด เป็นชิ้นส่วนข้อมูลที่สำคัญมากๆสำหรับผู้เล่นทุกคน ช่วยในการดูขนาดการเดิมพันที่เหมาะสม ความถี่ที่ควรจะเดิมพัน รวมไปถึงกลยุทธ์ที่จะเล่นหลังจาก preflop อีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาอธิบายและบอกถึงวิธีการปรับกลยุทธ์ในการเล่นของบอร์ดลักษณะต่างๆกัน 10 เคล็ดลับของเรานั้นถูกสอดแทรกลงในบอร์ดแต่ละชนิด บางบอร์ดอาจจะมีเคล็ดลับให้ 2-3 ข้อ และบางบอร์ดอาจจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นเรามาค่อยๆเริ่มไปด้วยกัน ด้วยบอร์ดทั้งหมด 6 บอร์ดดังนี้ -บอร์ด Rainbow disconnected                 บนบอร์ดลักษณะแบบนี้ตำแหน่งที่นั่งจะเป็นตัวกำหนดความ aggressive และขนาดของการ c-bet ได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในตำแหน่ง in position เนื่องจากผู้เล่น blind ส่วนใหญ่จะพลาดไพ่หลายๆอย่างไปและการ c-bet น้อยๆจะทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในจุดที่ตัดสินใจลำบาก                 ถ้าอยู่ในตำแหน่งblind คุณจำเป็นจะต้อง call ให้มากขึ้น อาจจะเล่นไพ่ที่อ่อนกว่าปกติ โดยเฉาะอย่างยิ่งถ้าเจอการ bet น้อยๆ คุณอาจจะ call ด้วยไพ่ที่สูงกว่าบอร์ด แต่อาจจะมี backdoor flush หรือจะเป็น A กับไพ่สูงไปถึงกลางๆ กลยุทธ์ในการ call ของคุณจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดการเดิมพันของคู่ต่อสู้ ทริคเล็กๆน้อยๆ                 1.ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่ง in...

การเลือกขนาดการเดิมพันที่เหมาะสมอาจจะเป็นส่วนท่ยุ่งยากและซับซ้อนในการเล่นโป๊กเกอร์ No Limit Hold’em เนื่องจากมันไม่มีขนาดเดิมพันใดๆที่เหมาะสมในทุกๆสถานการณ์ ขนาดการเดิมพันที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยปัจจัยต่างๆในการเลือก อย่างเช่น แอคชั่นในรอบ preflop ลักษณะของบอร์ด stackที่มีอยู่ตอนนี้ ใครที่มี range ไพ่ที่ได้เปรียบ และอีกหลายๆปัจจัยเลย ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้กฎทั้ง 8 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณเลือกขนาดการเดิมพันที่ใช่ งั้นเรามาเริ่มกันเลย 1. ถ้ามีผู้เล่นที่อ่อนอยู่ในตำแหน่ง blind ให้ raise มากกว่าปกติ                 เป้าหมายของกฎข้อนี้ก็คือ เราจะดึงมูลค่าของการเดิมพันมาจากผู้เล่นที่อ่อนแอ ผู้เล่นที่อ่อนแอหรือผู้เล่นที่ไม่ค่อยมีประสมการณ์ในการเล่นมักจะ call ไพ่ด้วยไพ่ range เดียวกันทั้งหมดโดยไม่ได้สนใจขนาดของการเดิมพัน ถ้ามีผู้เล่นคนนึง call ตามการเดิมพันของคุณที่ 3.5BB แทนที่จะเป็น 2.5BB คุณจะเห็นว่ากฎข้อนี้มันใช้ได้ และจะทำให้คุณได้เงินเดิมพันเยอะกว่าปกติอีกด้วย 2. เมื่อ in position ในรอบ preflop 3-bet ให้หนัก ถ้าในรอบอื่นๆคุณอยู่ out of position                 ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่ง in position คุณควรจะ 3-bet...

“เทคนิคเล่นโป๊กเกอร์ทัวร์นาเม้นต์” ดูเหมือนจะเป็นคำที่ถูกค้นหาใน google เป็นจำนวนมาก เราเดาเอาว่าผู้เล่นส่วนมากแล้วมักจะมองหาเทคนิคง่ายๆที่สามารถอ่านแล้วเอาไปใช้ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่การแข็งขันจะเกิดขึ้น แต่เมื่อเราลองหาคำๆนี้ดูบ้างกลับพบว่าเราไม่ได้เจอข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก แถมบ้างข้อมูลก็ช่างล้าหลังเอาเหลือเกิน ดังนั้นเราจะมาบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆด้วยกันทั้งหมด 7 ข้อ ให้เป็นแนวทางกลยุทธ์ในการเล่นโป๊กเกอร์ทัวร์นาเม้นต์สำหรับผู้เล่นทุกระดับเลย เคล็ดลับข้อที่ 1 : ขโมยบ่อยๆ แต่อย่าเล่นใหญ่เกินไป                 “เปิดเดิมพันน้อยๆแต่บ่อยครั้ง” อันนี้เป็นประโยคที่เราเห็นได้บ่อยมากๆ เป็นกลยุทธ์ pre-flop มานานหลายปีแต่ก็ยังพอใช้การได้อยู่                 เมื่อมี antes ในการแข่งขันด้วย การเปิดเดิมพันประมาน 2.25BB จะทำให้ได้ผลกำไรทันที (อันนี้ไม่ได้รวมถึงความสามารถในการเล่น post-flop ด้วยนะ) ตัวอย่างเช่น บนโต๊ะทัวร์นาเม้นต์ 9 คน Blinds 500/1,000/100 Gary อยู่ในตำแหน่ง button ด้วยไพ่ 10♠ 4♠ ผู้เล่นทุกคน fold หมด Gary raises ไปที่ 2,200                 ใน pot มีเงินอยู่ทั้งหมด 2,400 แล้วทั้ง blinds และ antes...

ผู้เล่นใน micro stakes ทุกคนคงมีเป้าหมายเหมือนกันอย่างนึงก็คือ อยากสร้างกำไรให้ได้เยอะๆเพื่อที่จะขยับไปเล่นใน stakes ที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้เล่นหลายๆคนพบว่ามันง่ายดายมากๆที่พวกเขาจะเอาชนะในเกม micro stakes แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถออกไปเล่นใน stakes ที่สูงขึ้นได้เลย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ? คำตอบที่สำคัญนั้นแอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้เล่นต่างละเลยมันไป “นโยบาย rake ของห้องโป๊กเกอร์” เป็นสิ่งเล็กๆที่มีผลกระทบต่อทุกคน ห้องส่วนใหญ่แล้วก็จะเก็บ 8-12 BB ทุกๆ 100 รอบที่เล่นในเกม micro stakes ดังนั้นถ้าใน 100 รอบ คุณมีอัตราเฉลี่ยชนะอยู่ที่ 15 BB มันหมายความว่าคุณได้กำไรจริงๆแค่ 5 BB เท่านั้น ส่วนนึงของชัยชนะที่คุณได้มาได้หายไปแล้ว นี่คือความท้าทายอย่างนึงในการเล่น micro stakes เพราะว่าคุณจะต้องพยายามเอาชนะผู้เล่นคนอื่นๆบางทีคุณอาจจะอยากชนะผู้เล่นทั้งห้องนั้นเลยก็ได้ (ความกังวลในเรื่องค่า rake ในเกม mid stakes และ high stakes จะลดน้อยลงเมื่อเกมใหญ่ขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเกม 500NL ค่า rake อยู่ที่ 4BB ต่อ...

เมื่ออยู่ในสถานการณ์การรอไพ่ทั้ง turn หรือ river เพื่อจะติด straight หรือ flush เนี่ย เป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของ range ไพ่มากเลยทีเดียว ถ้าโดยปกติแล้วคุณไม่เคยคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยตอนที่ตัดสินใจสิ่งต่างๆบนโต๊ะโป๊กเกอร์ บทความนี้อาจจะช่วยคุณได้ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ก็คือไพ่ backdoor ไม่ได้มีค่าความได้เปรียบเพียงแค่สามารถที่จะทำให้กลายเป็นไพ่ที่แข็งขึ้นได้ แต่ไพ่แบบนี้จะเป็นตัวช่วยให้คุณได้เล่นเข้าไปถึงรอบ river ได้บ่อยครั้ง เป็นไพ่ที่มีความสามารถในการเล่นมากยิ่งขึ้นและยังทำให้คุณเข้าใจค่าความได้เปรียบมากขึ้นด้วย 1.เพิ่มแนวโน้มการเดิมพัน เมื่อไพ่ที่ไม่มีอะไรบนมือกลายเป็นไพ่ backdoor flush                 ถ้าคุณมีไพ่ที่รอ backdoor flush อยู่บนมือ คุณควรจะพิจารณาถึงการเดิมพันที่เพิ่มมากขึ้น (เมื่อคุณเป็นผู้ริเริ่มการเดิมพัน) และมันจะยิ่งเป็นจริงมากขึ้นเมื่อคุณมีตำแหน่งที่นั่งที่ดีกว่าคู่ต่อสู้ของคุณด้วย                 การเดิมพันด้วยไพ่ backdoor flush จะสามารถสร้างกำไรให้คุณได้ เมื่อคุณใช้มันบลัฟฟ์ในรอบ turn ด้วยสถานการณ์ 2 สถานการณ์นี้                 เมื่อไพ่ในรอบ turn มาทำให้คุณติด flush จริงๆ ตอนนี้คุณมีค่าความได้เปรียบสูงมาก ซึ่งคุณสามารถใช้สถานการณ์นี้และคงความ aggressive ด้วยการยิง double barrel ได้ นอกเหนือไปกว่านั้น ถ้าคุณยังไม่ติดในรอบ turn คุณอาจจะยิงเดิมพันไปก่อน...

ผู้เล่นโป๊กเกอร์ชั้นนำมักจะเก่งกาจในการอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ ซึ่งถือว่าเป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากและยังสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลในการตัดสินใจอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ผู้เล่นที่ไม่สามารถอ่าน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ได้มักจะคาดเดาว่าคู่ต่อสู้ “มี” หรือ “ไม่น่ามี” อะไร ในขณะที่คุณพยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้ คุณควรคิดอย่างระมัดระวังมากๆว่าไพ่นั้นเป็นยังไง แนวโน้มของคู่ต่อสู้จะเป็นยังไง พยายามรวบรวมข้อมูลทุกๆอย่างมาปะติปะต่อกัน วันนี้เราจะเอา 4 ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามคาดเดา range ไพ่ในมือของคู่ต่อสู้มาฝากกัน ข้อผิดพลาดที่ 1 – คาดเดาว่าคู่ต่อสู้นั้นคิดเหมือนคุณ                 นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดที่แย่ที่สุดและผิดกันมากที่สุดเวลาที่คุณกำลังหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้อยู่ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากเลย ตัวอย่างเช่น คุณมักจะ 3-bet ด้วยไพ่ AKo เมื่ออยู่ในตำแหน่ง small blind พอคู่ต่อสู้ 3-bet จากตำแหน่ง small blind คุณก็จะเริ่มมีความคิดแว๊บเข้ามาในหัวแล้วว่าจะต้องเป็น range ไพ่ประมาณนี้แน่ๆเลยเหมือนกับตัวคุณเอง แต่ลักษณะความคิดแบบนี้สามารถทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้เลยนะ                 ไม่มีผู้เล่นคนไหนๆที่เหมือนกันเป๊ะๆและเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนักที่พยายามคิดว่า “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำยังไง ? “ ตอนที่พยายามหา range ไพ่ของคู่ต่อสู้                 แน่นอนว่าบางครั้งคู่ต่อสู้อาจจะมีความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกับคุณ...

พร้อมที่จะนำทักษะที่คุณมีอยู่มาทดสอบกับเราหรือยัง ? คำถามที่คุณจะเจอต่อไปนี้มีทั้งสถานการณ์ในรอบ pre-flop และสถานการณ์ post-flop เป็นต้นไป พร้อมทั้งความหลากหลายของผู้เล่นในแต่ละรอบของสถานการณ์สมมติด้วย คำตอบที่ถูกต้องที่สุดจะพิจารณาจากค่า EV สูงที่สุดหรือจากแอคชั่นที่ควรจะกระทำบ่อยที่สุดเมื่อเจอสถานการร์นั้น หรืออีกทางนึงก็คือ คำว่า “ไม่ถูกต้อง” ไม่ได้หมายความว่ามี EV- อย่างแน่นอน แต่อาจจะมี EV ที่น้อยกว่าคำตอบที่ถูกต้อง อ่านคำถามและตอบไปทีละข้อพร้อมกับจดคำตอบของคุณไว้ในกระดาษ และเราจะไปรวมคะแนนพร้อมเฉลยด้านล่าง…. ถ้าคุณพร้อมกันแล้ว เราไปเริ่มกันเลย คำถามข้อที่ 1 ในเกม $1/$2 ผู้เล่นทั้งหมด 8 คน Effective Stacks $200 ผู้เล่นในตำแหน่ง LoJack เป็นผู้เล่นที่เล่น tight คนนึง และผู้เล่นคนอื่นๆคุณไม่รู้จักเลย คุณอยู่ในตำแหน่ง big blind ด้วยไพ่ T♥ 7♥ UTG+1 raise $10  Lojack calls.  Button calls.  SB calls. คุณจะ… A. FoldB. CallC. 3-bet...

ในการเล่นโป๊กเกอร์จะมีอะไรที่ทำให้รู้สึกดีไปกว่าช่วงเวลาที่คุณสามารถจับบลัฟฟ์จากผู้เล่นคนอื่นๆได้ เราคิดว่าน่าจะไม่มีนะ และเราก็มั่นใจมากๆว่าคุณก็อยากจะมีประสบการณ์ที่สามารถจับบลัฟฟ์ได้บ่อยๆ เท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้ก็คือ ไพ่ showdowns 3 แบบที่จะทำให้คุณได้กลิ่นของการบลัฟฟ์และหมอบได้ในเวลาที่ถูกต้อง และแต่ละแบบที่เราเอามาบอกนั้นก็ได้รับการผ่านการวิเคราะห์มาจาก Fried Meulders แล้วด้วย ก่อนที่เราจะมาเริ่มไปด้วยกัน เราจะต้องมั่นใจก่อนว่าสิ่งที่เราเข้าใจอยู่ตอนนี้นั่นตรงกันจริงๆ อะไรคือการจับบลัฟฟ์                 การจับบลัฟฟ์ คือ การที่เราเอาไพ่ใดๆก็ตามที่สามารถชนะไพ่บลัฟฟ์ใน range ไพ่ของคู่ต่อสู้ได้ แต่ไม่ได้เป็นไพ่ที่ดีเดอะไร ดังนั้นการจับบลัฟฟ์ก็เป็นการอธิบายการ call ตามการเดิมพันของคู่ต่อสู้ด้วยไพ่จับบลัฟฟ์                 ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะไพ่อะไรก็สามารถเหมาะสมและเข้าเกณฑ์นี้ได้ ตัวอย่างเช่นคุณอาจจะตัดสินใจใช้ K-high เพื่อจับบลัฟฟ์ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเห็นมากนัก เรามาลองดูตัวอย่างกันดีกว่า แบบที่ 1 – สองคู่ ในเกมออนไลน์ $0.10/$0.25 ผู้เล่น 6 คน Stacks $25. คุณอยู่ในตำแหน่ง BTN ด้วยไพ่ K♦ 9♦ ผู้เล่น 3 คนหมอบ  คุณ raise $0.6  SB 3-bet $2.25 BB หมอบ...

ถ้าคุณจะต้องเลือกกลยุทธ์ที่จะใช้หนึ่งอย่างบนโต๊ะโป๊กเกอร์ คุณจะเลือกอะไรระหว่าง game theory หรือ หาข้อได้เปรียบจากกลยุทธ์พื้นฐาน ? นี่เป็นหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกันมากในปีนี้ ผู้เล่นที่เล่น stake สูงๆส่วนมากจะใช้เวลาไปกับการพัฒนากลยุทธ์ของทฤษฎี GTO ให้เข้าใกล้กับความเข้าใจของคนเรามากที่สุด แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าถ้าใช้แต่ทฤษฎี GTO เนี่ย มันหมายถึงว่าคุณจะไม่ตักตวงผลประโยชน์จากความผิดพลาดของคู่ต่อสู้เลย ซึ่งมันจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ไปมากทีเดียว สิ่งที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้ในบทความนี้คือ -ทำไมคุณถึงไม่เลือกจุดตรงกลางระหว่างสองแนวทางนี้ล่ะ -ต้นทุนที่ผู้เล่นจะต้องจ่าย เมื่อพยายามเล่นแบบเอารัดเอาเปรียบหรือหาผลประโยชน์ -คุณจะกำหนดกลยุทธ์การเล่นในปี 2020 ของคุณยังไง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า GTO คืออะไร                 GTO ย่อมาจาก Game Theory Optimal คือ กลยุทธ์ที่คุณไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคู่ต่อสู้ได้ หรืออีกทางนึงถ้าคุณเล่นกลยุทธ์ GTO ที่แท้จริงก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ต่อสู้ของคุณจะเอาเปรียบคุณได้ อาจจะอ่านดูแล้วไม่เห็นจะเข้าใจ ตัวอย่างที่อาจจะเห็นภาพชัดที่สุดก็คือ การเล่น ค้อน กรรไกร กระดาษ                 กลยุทธ์ GTO ของเกมนี้คือ สุ่มเลือก 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นค้อน กรรไกร หรือกระดาษ แล้วเล่นทางเลือกนั้น 1 ใน 3 ของการเล่นทั้งหมด...

ถ้าคุณเป็นมือใหม่สำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ หรือรู้สึกว่าคุณแพ้บ่อยเกินไปมากกว่าที่ควรจะเป็น อาจจะเกิดมาจากข้อผิดพลาดในการเล่นไพ่ AX ก็ได้นะ แม้ว่า A เป็นไพ่ที่ดีที่สุดในกอง แต่อาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป วิธีการเล่น A2-AJ ของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าการเล่นโป๊กเกอร์ในระยะสั้นและระยะยาวของคุณนั้นเป็นยังไง โป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่จะหาคำตอบได้ง่ายๆ เมื่อ A มีค่ามาก คุณก็จะรู้สึกหมอบได้ยากเวลาที่ได้รับมาอยู่บนมือ แม้จะแค่ใบเดียวก็ตาม แต่ถ้าคุณสูญเสียเงินกับไพ่เหล่านี้เป็นจำนวนมากแล้ว คุณควรจะประเมินมันใหม่ได้แล้วนะ ทำไมถึงเสียเงินกับไพ่ A 1.คุณมีตำแหน่งที่นั่งไม่ดี                 ท่องเอาไว้ ตำแหน่งที่นั่ง ตำแหน่งที่นั่งและตำแหน่งที่นั่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เล่นไพ่ที่กำลังรออยู่หรือเป็นรองอยู่                 โดยปกติแล้วถ้าเรามีตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ดี คุณควรจะหมอบไพ่ AX ของคุณ โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าไพ่อีกใบนึงจะเป็นไพ่ที่มีหน้าไพ่เหมือนกันหรือไม่ (ไพ่ suited A♠ 2♠ A♥ 5♥ เป็นต้น)                 สิ่งที่ควรทำในการเล่นสิ่งนึงก็คือเล่นให้ tight ถ้าคุณมีเหตุผลมาสนับสนุนการเล่นหรือมีการวางแผนการเล่นที่ดีมาก่อนแล้ว การเล่นไพ่พวกนี้ก็เป็นอะไรที่สามารถยอมรับได้ แต่ถ้าเหตุผลที่มีนั่นไม่ดีมากพอ คุณจะต้องเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าตรงจุดนั้นคุณไม่ควรเข้าไปเล่น                 ผู้เล่นหลายๆคนเข้าใจว่าสามารถที่จะลอง call AXs ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตามบนโต๊ะ แต่ก่อนที่คุณจะทำการตัดสินใจ call ไปนั้น ให้ลองหยุดถามตัวเองซักนิดว่า คุณสามารถที่จะทำกำไรจากการรอ flush...

X