ในบทความที่แล้วเราพูดถึงการโฟกัสเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจกันไปแล้ว แต่ถ้าในหัวของคุณไม่มีที่ว่างพอสำหรับจัดเก็บมันล่ะ ? เคยมั้ย ? ที่เรียนรู้อะไรมากๆ หรือเล่นอะไรนานๆจนสิ่งที่พยายามเรียนรู้นั้นไม่เข้าหัวเลยซักนิด ตื่อไปหมด ไม่ใช่แค่สมองเท่านั้นที่ทำงานหนัก มันยังทำให้คุณไม่มีสติและสมาธิมากพออีกด้วย อาจจะทำให้คุณพลาดข้อมูลสำคัญบางอย่างและยังรู้สึกเหนื่อยล้าต่อจิตใจเสียด้วย สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องพักและเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นในหัวออกไปเพื่อทำให้คุณสามารถกลับมาคิดและตัดสินใจได้ชัดเจนเหมือนเดิม การมีข้อมูลในหัวมากเกินไปไม่ได้สร้างปัญหาให้คุณมากนักถ้าเทียบกับปัจจัยอื่นๆ มันจะไปมีผลกับการทำบางสิ่งผิดพลาด ทำให้นอนหลับยากขึ้น และอาจทำให้เราไม่สามารถเล่นเกมให้อยู่ในโซนของตัวเองได้ สร้างข้อผิดพลาด                 ถ้าหัวของคุณมีข้อมูลมากอยู่แล้ว ขณะที่เล่นอยู่ก็ยากที่จะเอาข้อมูลใหม่ๆใส่เพิ่มเข้าไป อีกทั้งยังยากต่อการตัดสินใจด้วยเพราะไม่รู้ว่าข้อมูลไหนจะสามารถเอาออกมาใช้ได้ดี เหมือนเวลาเราหาของอย่างนึงบนโต๊ะรกๆ กว่าจะหาเจอก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร เมื่อคุณทิ้งโอกาสตรงนั้นไป คุณกำลังสร้างข้อผิดพลาดอยู่ การเล่นของคุณอาจจะตกจาก A game ไปสู่ B game เมื่อเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร สมองของเราก็จะเริ่มพยายามหาหนทางฟื้นฟูมันและไปจบที่การพักครู่นึงก่อน แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะพักด้วยการเล่นโทรศัพท์ ดูfacebook เล่น social media หรือทำอย่างอื่นแทน และถ้าจำกันได้การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่มารบกวนสมาธิของคุณนั้นเอง แทนที่จะดีขึ้นกลับทำให้เกมของคุณแย่ลงไปอีก หลับยาก                 หลังจากที่เล่นมายาวนานทั้งวันคุณก็จะรู้สึกเหนื่อยอยากจะกลับไปนอนเต็มแก่ แต่เมื่อหัวถึงหมอนภาพการเล่นต่างๆของวันนี้ จังหวะการเล่น กลยุทธ์ต่างๆที่ใช้ย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน อาจจะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการนอนหลับหรืออาจจะทำให้คุณรู้สึกตื่น แล้วขึ้นมาดูโทรทัศน์ ท่องอินเตอร์เนตแทน และถึงแม้ว่าคุณจะนอนหลับ คุณก็อาจจะถูกภาพต่างๆตามหลอกหลอนก่อนที่จะหลับสนิทอยู่ดี                 สมองมีกลไลการย่อยข้อมูลที่คุณได้จากสิ่งต่างๆและแปลงไปเป็นความรู้ติดอยู่ในนั้น เหมือนระบบย่อยอาหารที่จะเปลี่ยนอาหารที่เรากินเข้าไป ให้เป็นสารอาหารต่างๆเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย การที่เราคิดถึงภาพเหตุการณ์หรือสถานการณ์ก็เป็นระบบย่อยความรู้ของสมองคุณอย่างนึง                 ผู้เล่นบางส่วนกังขากับแนวคิดนี้ และการพิสูจน์นั้นง่ายมาก...

ผู้เล่นหลายคนจะรู้สึกดูถูก ดูแคลนกับการเล่นโป๊กเกอร์ในขณะที่เมาอยู่ หลายๆคนก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี และนี่เป็นตัวอย่างนึงของการเล่นที่ไม่มีสติและสมาธิอย่างสมบูรณ์แบบ ปกติแล้วสมาธิในการเล่นโป๊กเกอร์นั่นถูกรบกวนได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นออนไลน์ คุณจะถูกรบกวนจากหน้าต่างการสนทนา โทรศัพท์เข้า เว็บไซต์ต่างๆ วีดีโอ อีเมลล์ เกม โซเชี่ยวมีเดียต่างๆที่เด้งเข้ามา แต่สิ่งที่มีผลรบกวนมากที่สุดคือ คุณไม่รู้ว่าคุณเสียเงินไปมากเท่าไหร่แล้วในการเล่นโป๊กเกอร์โดยที่มีสิ่งรบกวนพวกนี้อยู่ มีงานวิจัยหลายงานวิจัยมากที่ศึกษาผลกระทบทางลบของสิ่งต่างๆที่มีผลต่อชีวิตของเรา สิ่งที่น่าสนใจคือผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ พบว่า 23% ของคนที่ใช้โทรศัทพ์มักจะประสบอุบุติเหตุ ตัวเลขนี้สูงพอๆกับการดื่มเบียร์ 4 แก้วก่อนขับรถเลยทีเดียว จึงสรุปได้ว่าสิ่งต่างๆที่มารบกวนนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับโป๊กเกอร์อย่างจริงจัง แต่คุณก็สามารถคาดเดาได้ว่าจะส่งผลรุนแรงเช่นเดียวกัน คุณอาจจะเชื่อว่าการดูวีดีโอโป๊กเกอร์ในขณะเล่นสามารถช่วยคุณได้ ไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่มารบกวนอะไร เหมือนๆกับคนที่ขับรถประสบอุบัติเหตุนั้นแหละ พวกเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการคุยโทรศัพท์จะทำให้เขาเป็นแบบนี้ เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับคุณ เมื่อนั้นคุณก็จะรู้สึกตัวและต้องยอมรับการสูญเสียนั้นไปโดยไม่ได้ตั้งตัว รูปแบบของการรบกวน                 – หลงลืม hand ตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไปถึงมาอยู่ตรงนี้หรือว่าแอคชั่นก่อนหน้านี้คืออะไร                 – ไม่สามารถสังเกตุข้อมูลสำคัญๆจากคู่ต่อสู้ได้                 – ให้ความสำคัญกับข้อมูลเล็กๆน้อยๆมากเกินไป                 – ย้อนกลับไปดู hand ก่อนหน้านี้ในขณะที่เล่นอยู่เพราะจำไม่ได้                 – สับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมรอบที่แล้วคุณแพ้หรือชนะ                 – ดู hand ตัวเองผิดไป                ...

ความขี้เกียจเป็นข้ออ้างที่ทำให้คุณไม่มีแรงจูงใจ และคุณมักจะคิดว่า “ก็ฉันเป็นแบบนี้เนี่ยแหละ” จึงไม่มีอะไรมาทำให้มันดีขึ้นได้ แต่จริงๆแล้วความขี้เกียจไม่ใช่ลักษณะนิสัยนะ เพราะคุณยังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ ว่าอะไรง่าย อะไรทำแล้วจะสบายมากขึ้น แทนที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น เป้าหมายเป็นเครื่องมือวัดความขี้เกียจอย่างนึง ถ้าเป้าหมายในการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณนั่นสำเร็จได้ง่าย คุณอาจจะบรรลุเป้าหมายด้วยการนั่งดูโทรทัศน์แทนการศึกษาหรือลองเล่น อันนี้ไม่ได้เรียกว่าขี้เกียจ อันนี้คุณแค่สนุกกับการใช้ชีวิตง่ายๆแบบนั้นและอย่างน้อยคุณก็บรรลุเป้าหมายของตัวคุณเอง บ่อยครั้งที่ผู้เล่นได้รับแรงจูงใจมาจากการดูผู้เล่นเก่งๆเล่น เห็นการเดิมพันที่ยอดเยี่ยม หรืออะไรก็ตามแต่ แต่แรงจูงใจเหล่านี้จะค่อยๆหายไปและวนลูปกลับไปที่เดิม กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราขี้เกียจน้อยลงและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็คือ การหาว่าทำไมเราถึงขี้เกียจ เพื่อช่วยให้คุณหาสาเหตุเหล่านั้นได้ เรามีสาเหตุบางข้อที่ผู้เล่นมักนึกไม่ถึงมาฝากกัน อย่างเช่น ขี้เกียจที่จะหาวิธีการจัดการอารมณ์ของตนเอง ก็เลยเลือกที่จะไม่เล่นแทน จะได้ไม่ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แค่นี้ก็หลีกเลี่ยงการ tilt ได้แล้ว การหลีกเลี่ยงลักษณะนี้อาจจะดูเหมือนความขี้เกียจ แต่ถ้าคุณดูให้ชัดแล้วจะพบว่ามันแตกต่างกัน ขั้นแรกที่จะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้คือ คุณลิสทุกๆอย่างที่คุณทำแล้วคิดว่ามันคือความขี้เกียจลงในสมุดก่อน จดบันทึกเอาไว้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่แล้วทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านั้นในมือแล้ว ลองดูแต่ละลิสแล้วถามตัวเองอีกครั้ง ทำไมมันถึงสมเหตุสมผลที่จะเกิดความรู้สึกแบบนี้ ? เป้าหมายขัดแย้งกัน                 ความขี้เกียจเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างมาจูงใจคุณมากกว่าเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณเล่นเกมอื่นๆแทนการเล่นโป๊กเกอร์ แสดงว่าเกมนั้นมีผลกับคุณมากกว่า จูงใจคุณมากกว่าการเล่นโป๊กเกอร์ แล้วทำไมการเล่นโป๊กเกอร์ถึงไม่จูงใจให้คุณอยากเล่นแล้วล่ะ? คุณอาจจะเคยรู้สึกรักมันมากๆ เคยใช้เวลามากมายในการเล่นหลายชั่วโมงและเรียนรู้มัน ซึ่งเป็นความรู้สึกตรงข้ามตอนนี้เลย อาจจะเพราะว่าครั้งหนึ่งการเล่นโป๊กเกอร์ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เคยเป็นสิ่งที่มาจูงใจคุณได้มากกว่าการเรียน หรือการทำงานในอดีต แต่ในปัจจุบันคุณรู้สึกว่าการเล่นโป๊กเกอร์เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำ กลายเป็นงานที่เคยไม่ชอบมาก่อน ทำให้แรงจูงใจต่อการเล่นมันลดต่ำลง                 คุณอาจจะประสบความสำเร็จจากการเล่นโป๊กเกอร์มามากพอแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป เกมจะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บางครั้งการศึกษาอาจจะทำให้เกิดความสับสนแต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้คุณอยากก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้                ...

สิ่งที่ทำให้โป๊กเกอร์แตกต่างจากเกมอื่นๆ คือ ความแปรปรวน ในระยะยาวโป๊กเกอร์เป็นเกมที่อาศัยดวงและทักษะในการเล่นเพื่อชนะ แต่ในระยะสั้นคุณก็มีโอกาสที่จะแพ้ให้กับผู้เล่นคนอื่นได้อย่างง่ายดาย ในเกมอื่นๆคุณสามารถบอกได้ง่ายๆเลยว่าใครเก่งกว่าใคร ก็อิงจากคนที่ชนะเกมเป็นคนที่เก่งกว่านั้นเอง แต่สำหรับโป๊กเกอร์แล้วยากที่จะบอกว่าใครเล่นเก่งกว่าใคร ใครเล่นได้ดีกว่าใคร เพราะมีเรื่องของความแปรปรวนพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าคุณเข้าใจเรื่องโชคลางมากแค่ไหน ? ถ้าคุณมีความเข้าใจเหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป มีโอกาสที่คุณจะไม่เข้าใจมันได้ดีจริงๆ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ทุกคนมีแนวโน้มที่จะเข้าใจเรื่องความแปรปรวนมากกว่าคนทั่วไป และวิธีการที่พวกเขาตอบสนองต่อความแปรปรวนนี้ ยังสามารถพิสูจน์ได้อีกว่าเขามีกลยุทธ์ทางด้านจิตใจที่ดีมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างความแปรปรวนที่เกิดขึ้น – คุณรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องเสียเงินให้กับผู้เล่นที่อ่อนกว่า – คุณเลือกจะเล่นเกมที่มีความแปรปรวนต่ำลง เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดี – คุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หลังเจอ bad beat – คุณเล่น stake เล็กลง ทั้งๆที่ bankroll คุณยังอยู่ในระดับเดิม – แรงจูงใจในการเล่นจองคุณขึ้นอยู่กับเกมว่าดีหรือไม่ดี – เมื่อเล่นได้ดี คุณจะมองข้ามข้อผิดพลาดของตัวเอง – คุณตั้งคำถามกับตัวเอง “เมื่อไหร่จะชนะอีกรอบ” – เลิกเล่นเร็วขึ้น เพราะรู้สึกว่าชนะแล้ว ไม่อยากแพ้ – คุณจะเช็คผลลัพธ์ในการเล่นตลอดเวลา จัดการความไม่แน่นอน                 ผู้เล่นทุกๆระดับ ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ มักจะมีช่องโหว่ในเรื่องการเข้าใจความแปรปรวน ทุกๆคนรู้ว่าการถือไพ่ AA หรือ KK อยู่ในมือ แต่กลับแพ้...

Blocking bet มักจะถูกใช้เวลาที่เราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีมากนัก แต่คาดหวังว่าจะได้เห็น  showdown หรือไพ่ใบสุดท้ายในราคาที่ไม่แพง และถ้าใช้ได้ผลก็จะทำให้เราสามารถป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้เดินพันหนักเกินไปจนเรา call ไม่ได้ แต่ถ้าใช้ผิดหรือใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม การ blocking bet ก็จะไม่ต่างอะไรกับการโยนชิปทิ้งๆขว้างๆเลย เราจะมาดูกันว่าเราควรจะใช้เมื่อไหร่และยังไงในบทความนี้ Blocking bet คืออะไร ?                 Blocking bet คือ การที่เราลงเดิมพันต่ำๆ ต่ำกว่าปกติ เพราะเราอยากจะดูไพ่ใบต่อไปและเราก็เป็นผู้เล่นคนแรกๆที่จะต้องตัดสินใจในรอบนั้นอีก การเดิมพันต่ำๆอาจจะทำให้คู่ต่อสู้แค่ call ตามและไม่ raise เพิ่ม ซึ่งจะทำให้เราสามารถตามไปดูไพ่ใบต่อไปด้วยการเดิมพันนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ถ้าเทียบกับการ check ผ่าน เรากำลังให้คู่ต่อสู้คนอื่นๆเป็นคนกำหนดมูลค่าในการเดิมพันในรอบนั้น และอาจจะทำให้เราต้องจ่ายเงินเดิมพันเพิ่มมากขึ้น มากกว่าตัวเลขที่เราคิดไว้ในตอนแรก ภาพรวมของ blocking bet                 เราจะเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่าทำไม blocking bet สามารถใช้ได้เวลาที่เรามีตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ดี ต่อด้วยสถานการณ์ที่เหมาะสมที่จะใช้ blocking bet (เรากำลังรอ flush หรือ straight อยู่ หรือ เรามี hand ที่อาจจะดีถ้าได้ไพ่ใบสุดท้าย) และสุดท้ายเราจะพูดถึงเรื่องข้อผิดพลาดในการใช้กัน                ...

Check-raise ถือว่าเป็นการเดิมพันที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโป๊กเกอร์ Texas Hold’em สำหรับบางคนจะรู้สึกว่าเป็นแอคชั่นที่ขี้โกงเกินไปในบางทีและถูกห้ามใช้ในการเล่นของบางที่อีกด้วย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการ check-raise เป็นอาวุธสำคัญสำหรับผู้เล่นโป๊กเกอร์เป็นอย่างมาก Check-raise จะเกิดขึ้นเมื่อเราเลือกที่จะ check แต่คาดหวังว่าผู้เล่นคนอื่นจะลงเดิมพันเพิ่ม และเราจะ re-raise เพิ่มกลับไปอีกทีนึง ถ้าจินตนาการตามดูมันจะเป็นแอคชั่นที่น่าสนใจมากเลยนะ เพราะว่าตอนแรกเราทำเหมือนกับว่าไพ่ในมือของเรานั่นไม่ดีเลย และปล่อยให้คู่ต่อสู้โชว์ความแกร่งของไพ่ในมือจากมูลค่าที่เขาลงเดิมพันก่อน นี่เป็นสาเหตุที่ผู้เล่นบางคนบอกว่ามันเป็นแอคชั่นที่ขี้โกงเอามากๆ เพราะหลอกล่อคู่ต่อสู้ให้เดิมพันลงใน pot นั่นเอง ทำไมต้องใช้ check-raise                 check-raise มีประโยชน์ทั้งจากการบลัฟฟ์ให้คู่ต่อสู้ของเราหมอบและจากการเพิ่มมูลค่าเงินเดิมพันลงไปใน pot ข้อดีของการ check-raise อีกอันนึงก็คือ ทำให้คู่ต่อสู้ของเราคาดเดาเราได้ยากมากยิ่งขึ้น ว่าจริงๆแล้วไพ่ในมือเราเป็นยังไง                 ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นผู้เล่นมือใหม่ใช้กลยุทธ์นี้กันมากเท่าไหร่ ถ้าคู่ต่อสู้เห็นเราใช้กลยุทธ์นี้พวกเขาจะค่อนข้างมั่นใจในระดับนึงว่าเราเป็นผู้เล่นที่ดีคนนึงและอาจจะฉุกคิดมากขึ้นตอนที่เขาจะบลัฟฟ์เรา Check-raise เพื่อบลัฟฟ์ หรือ semi-bluff                 อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า check-raise เป็นแอคชั่นที่ดีและมีประสิทธิภาพมากและมากไปกว่านั้นเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบลัฟฟ์ได้อีกด้วย check-raise จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเวลาเล่นแบบตัวต่อตัวและจะลดลงเรื่อยๆเมื่อจำนวนผู้เล่นมากขึ้น                 การใช้ check-raise เราควรจะอยู่ในตำแหน่งการเล่นแรกๆ เพื่อที่จะ check ไปให้คู่ต่อสู้ bet กลับมา ถ้าคู่ต่อสู้ bet กลับมาจริงๆ ให้เรา raise...

JJ ถือเป็นไพ่ที่สร้างปัญหาให้กับผู้เล่นมือใหม่เป็นจำนวนมาก เพราะส่วนมากแล้วเมื่อเราได้รับไพ่คู่นี้มาอยู่ในมือ เราจะมีความคิดที่ว่า “ฉันได้ไพ่ที่ดี ติดอันดับ 1 ใน 5 เลยนะ” แต่ความจริงแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ ? วันนี้เราจะมาดูกัน….. ในรอบ pre-flop             โดยปกติผู้เล่นมือใหม่มักจะลงเดิมพันมากเกินไปสำหรับไพ่ JJ อย่างเช่น raise ไป 20BB หรือมากกว่านั้น ส่วนแนวความคิดนี้ก็มาจาก เราอาจจะสามารถเอาชนะได้ตั้งแต่ pre-flop หรือถ้าถูก call ตามก็เดาไว้ว่าคู่ต่อสู้น่าจะถือไพ่คู่ที่สูงกว่าอยู่เท่านั้นเอง             บางทีผู้เล่นมือใหม่อาจจะ all-in ตั้งแต่ pre-flop เลย และไม่คิดที่จะตัดสินใจถึงแอคชั่นอื่นๆด้วย มันอาจจะดูเด็ดเดี่ยวแต่ก็ดูจะผิดหลักการไปซะหน่อย ที่สำคัญคือผู้เล่นเหล่านี้มักจะไม่ค่อยเสีย pot ไป จึงทำให้อัตราการแพ้-ชนะของไพ่คู่นี้ผิดแปลกไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น บางครั้งจึงทำให้ผู้เล่นมอง JJ ดีกว่าความเป็นจริง การคำนวณ JJ             ถ้าเรา buy in 100BB (ถือว่าเป็นมาตราฐานส่วนใหญ่ของ cash game เนอะ) และเราชนะ blind 8 ครั้ง (8...

ไม่มีใครอยากจะเล่นโป๊กเกอร์แล้วเสียหรอก แต่คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน มีทักษะสูงมากเพียงใด แต่คุณก็จะพบว่าบางทีคุณก็เล่นเสียเช่นเดียวกัน การกลัวความสูญเสียไม่ได้เป็นลักษณะผู้เล่นที่ดีสำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ ในขณะที่ผู้เล่นที่มีลักษณะชอบการแข่งขันมักจะจัดการและรับมือกับความสูญเสียได้ดี การแพ้หรือการสูญเสียเป็นเรื่องปกติในการเล่นโป๊กเกอร์ แต่ก็มีผู้เล่นหลายๆคนที่ประสบปัญหาจากสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกเขาคาดหวังเงินรางวัลหรือเงินใน pot มากเกินไป เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับตัวเงินเป็นหลัก เมื่อสูญเสียเงินไปก็จะทำให้พวกเขารู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ความภาคภูมิใจ แรงจูงใจ ความมั่นคง เวลาและอิสรภาพไปพร้อมๆกัน ความสูญเสียในเกมเป็นตัวจุดชนวนมุมมองที่ไม่สมเหตุสมผลให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในใจของเขา และจะส่งผลให้เขาสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะไม่มีวันกลับมาชนะได้อีกเลย ในการเล่นโป๊กเกอร์ ผู้เล่นก็จะมี hand range ที่มีความกว้างแตกต่างกัน ความสามารถในการยอมรับความสูญเสียของผู้เล่นก็แตกต่างกันไปเช่นกัน ผู้เล่นบางคนอาจจะรับได้มาก บางคนอาจจะรับได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและความถี่ที่พวกเขาประสบพบเจอนั่นเอง อย่าให้การสูญเสียมาตีกรอบการเล่นโป๊กเกอร์ของเรา                 – เดินออกจากเกมหลังจากที่ได้กำไรแล้วนิดนึง เพราะกลัวว่านั่งนอนแล้วจะกลายเป็นเสีย                 – เล่นน้อยลง กลัวว่าเล่นมากก็จะยิ่งเสียมาก                 – ละเลยข้อผิดพลาดและสรุปว่าเอาเอง                 – หลีกเลี่ยงเกมที่สามารถทำกำไรได้เพราะเคยเสียในสถานการณ์นี้มาก่อน                 – คิดถึงแต่ความสูญเสียโดยที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย                 – ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาทำให้เล่นแย่ขึ้นและเสียมากยิ่งขึ้น                 การที่คุณจะเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องเคยพ่ายแพ้มาก่อน และผู้พ่ายแพ้ที่ดีจะต้องรู้ว่าจุดไหนที่เราเล่นได้ดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ออกมา (เราอาจจะเล่นดีแล้วในวันนั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราแพ้ โดยที่ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เป็นต้น) เป้าหมายง่ายๆของเรา ก็คือ...

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่อง ระดับพลังงานที่เหมาะสม กันไปแล้ว และเราจะมาอธิบายกันในบทความนี้ว่าจริงๆแล้วมันหมายถึงอะไร คำตอบของเราอาจจะดูอิงวิทยาศาสตร์กันซักหน่อย เพราะเป็นแนวคิดจากงานวิจัยนั่นเอง กราฟด้านล่างนี้ถูกเรียกว่า กฎ Yerkes-Dodson เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพ                 เริ่มจากทางด้านล่างซ้ายจุดที่พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพก็ต่ำ ในจุดนี้จะเป็นช่วงที่เราเหนื่อย เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไรเลย ส่วนอีกฝั่งของกราฟ ถึงแม้จะมีพลังงานที่สูงและเข้มข้นมาก แต่พลังงานในระดับนี้ก็มากเกินไปและยังส่งผลให้จิตใจของเราทำงานผิดปกติอีกด้วย เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวเข้ามาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดคือช่วงกลางของกราฟ คือจุดที่เราใช้พลังงานอย่างพอเหมาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับพลังงานที่เหมาะสมที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือจุดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง ค้นหาพลังงานของคุณ                 หากต้องการรู้ว่าจุดพลังงานที่เหมาะสมของตัวคุณเองนั้นอยู่ตรงไหน คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชอบตัวเองตอนไหนและปัจจัยอะไรที่ทำให้มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ? คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า เมื่อถึงจุดที่เล่นดีที่สุดของคุณแล้ว พลังงานของคุณในตอนนั้นเป็นยังไง ? สูงต่ำขนาดไหน ตอนนั้นรู้สึกสบาย นิ่งสงบมากแค่ไหน หรือต้องตื่นตัวมากขนาดไหน และให้คิดต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดังตอนนั้น ? กินอิ่มมั้ย นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ได้ไปออกกำลังกายมาก่อน ได้ทบทวนกลยุทธ์ก่อนจะเริ่มเล่น หรือตอนนั้นอารมณ์ดีมาจากไหนหรือเปล่า                 เมื่อคุณมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว ลองนำปัจจัยต่างๆที่ทำให้คุณอยู่ในโซนพลังงานที่เหมาะสมมาจดลงในบันทึกดู และพยายามทำกิจกรรมเหล่านั้นบ่อยๆ เพื่อให้ตัวคุณอยู่ในจุดพลังงานที่นั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นนักเพียงแต่คุณจะต้องมีวินัยมากพอที่จะทำมันในทุกๆวัน เช่นเดียวกับการที่คุณศึกษากลยุทธ์ต่างๆในการเล่นโป๊กเกอร์ ยิ่งคุณทำมันบ่อยๆ ศึกษามันบ่อยๆ มีวินัยและทำต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ภายในตัวคุณนั่นเอง การเล่นโป๊กเกอร์ด้วยอารมณ์...

                การเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่ใช้ร่างกายเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมสูงมากๆ เพราะใครๆก็สามารถเป็นผู้เล่นที่ดีได้ ถึงแม้ว่าเราจะยังต้องกินของที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่เหตุผลที่เราทำแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนฟุตบอลที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องวิ่งได้เร็ว มีจุดแข็งและข้อกำหนดเยอะแยะมากมายกว่าที่จะได้เข้าไปเล่นในระดับสูงๆ แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่ใช้จิตใจเป็นหลัก เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกหรือพวก eSports ต่างๆเลย                 ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Jared เป็นโค้ชให้กับนักโป๊กเกอร์มามากว่า 500 คน รวมกว่า 45 ประเทศ เขาช่วยผู้เล่นโป๊กเกอร์เหล่านั้นให้พัฒนาทักษะต่างๆของตนเองให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากมายอะไรเลย จุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชของเขามาจากการเล่นกอล์ฟนั่นเอง แม้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการแข่งขันใหญ่ๆมาบ้าง แต่เมื่อการแข่งขันระดับประเทศมาถึง ความกดดันของเขากลับทำมันพังลงไม่เป็นท่า แทนที่เขาจะพยายามและก้าวต่อไปในเส้นทางเดิม เขากลับเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านการปรึกษาและได้รับใบอนุญาตมาแทน สาเหตุที่เขาเลือกเส้นทางนี้ก็เพราะว่าเขาอยากจะแก้ไขจิตใจหรือวิธีการคิดของตัวเองหรือโปรกอล์ฟคนอื่นๆที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ให้ได้ ทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ณ จุดนั้น                 ในปี 2007 Jared ได้รู้จักกับ Dusty ผู้ซึ่งมีความสามารถในการเล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากๆคนนึง แต่มักถูกอารมณ์ในเชิงลบย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย แถมยังพาลทำลายข้าวของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่างหาก แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน Dusty สามารถควมคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ในที่สุด และยังสามารถขยับไปเล่นโป๊กเกอร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชในเกมโป๊กเกอร์ของ Jared เลยทีเดียว                 ทุกๆคนคงรู้จัก Tiger...

X