สิ่งที่ทำให้โป๊กเกอร์แตกต่างจากเกมอื่นๆ คือ ความแปรปรวน ในระยะยาวโป๊กเกอร์เป็นเกมที่อาศัยดวงและทักษะในการเล่นเพื่อชนะ แต่ในระยะสั้นคุณก็มีโอกาสที่จะแพ้ให้กับผู้เล่นคนอื่นได้อย่างง่ายดาย ในเกมอื่นๆคุณสามารถบอกได้ง่ายๆเลยว่าใครเก่งกว่าใคร ก็อิงจากคนที่ชนะเกมเป็นคนที่เก่งกว่านั้นเอง แต่สำหรับโป๊กเกอร์แล้วยากที่จะบอกว่าใครเล่นเก่งกว่าใคร ใครเล่นได้ดีกว่าใคร เพราะมีเรื่องของความแปรปรวนพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าคุณเข้าใจเรื่องโชคลางมากแค่ไหน ? ถ้าคุณมีความเข้าใจเหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป มีโอกาสที่คุณจะไม่เข้าใจมันได้ดีจริงๆ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ทุกคนมีแนวโน้มที่จะเข้าใจเรื่องความแปรปรวนมากกว่าคนทั่วไป และวิธีการที่พวกเขาตอบสนองต่อความแปรปรวนนี้ ยังสามารถพิสูจน์ได้อีกว่าเขามีกลยุทธ์ทางด้านจิตใจที่ดีมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างความแปรปรวนที่เกิดขึ้น – คุณรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องเสียเงินให้กับผู้เล่นที่อ่อนกว่า – คุณเลือกจะเล่นเกมที่มีความแปรปรวนต่ำลง เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดี – คุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หลังเจอ bad beat – คุณเล่น stake เล็กลง ทั้งๆที่ bankroll คุณยังอยู่ในระดับเดิม – แรงจูงใจในการเล่นจองคุณขึ้นอยู่กับเกมว่าดีหรือไม่ดี – เมื่อเล่นได้ดี คุณจะมองข้ามข้อผิดพลาดของตัวเอง – คุณตั้งคำถามกับตัวเอง “เมื่อไหร่จะชนะอีกรอบ” – เลิกเล่นเร็วขึ้น เพราะรู้สึกว่าชนะแล้ว ไม่อยากแพ้ – คุณจะเช็คผลลัพธ์ในการเล่นตลอดเวลา จัดการความไม่แน่นอน                 ผู้เล่นทุกๆระดับ ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ มักจะมีช่องโหว่ในเรื่องการเข้าใจความแปรปรวน ทุกๆคนรู้ว่าการถือไพ่ AA หรือ KK อยู่ในมือ แต่กลับแพ้...

Blocking bet มักจะถูกใช้เวลาที่เราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีมากนัก แต่คาดหวังว่าจะได้เห็น  showdown หรือไพ่ใบสุดท้ายในราคาที่ไม่แพง และถ้าใช้ได้ผลก็จะทำให้เราสามารถป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้เดินพันหนักเกินไปจนเรา call ไม่ได้ แต่ถ้าใช้ผิดหรือใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม การ blocking bet ก็จะไม่ต่างอะไรกับการโยนชิปทิ้งๆขว้างๆเลย เราจะมาดูกันว่าเราควรจะใช้เมื่อไหร่และยังไงในบทความนี้ Blocking bet คืออะไร ?                 Blocking bet คือ การที่เราลงเดิมพันต่ำๆ ต่ำกว่าปกติ เพราะเราอยากจะดูไพ่ใบต่อไปและเราก็เป็นผู้เล่นคนแรกๆที่จะต้องตัดสินใจในรอบนั้นอีก การเดิมพันต่ำๆอาจจะทำให้คู่ต่อสู้แค่ call ตามและไม่ raise เพิ่ม ซึ่งจะทำให้เราสามารถตามไปดูไพ่ใบต่อไปด้วยการเดิมพันนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ถ้าเทียบกับการ check ผ่าน เรากำลังให้คู่ต่อสู้คนอื่นๆเป็นคนกำหนดมูลค่าในการเดิมพันในรอบนั้น และอาจจะทำให้เราต้องจ่ายเงินเดิมพันเพิ่มมากขึ้น มากกว่าตัวเลขที่เราคิดไว้ในตอนแรก ภาพรวมของ blocking bet                 เราจะเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่าทำไม blocking bet สามารถใช้ได้เวลาที่เรามีตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ดี ต่อด้วยสถานการณ์ที่เหมาะสมที่จะใช้ blocking bet (เรากำลังรอ flush หรือ straight อยู่ หรือ เรามี hand ที่อาจจะดีถ้าได้ไพ่ใบสุดท้าย) และสุดท้ายเราจะพูดถึงเรื่องข้อผิดพลาดในการใช้กัน                ...

Check-raise ถือว่าเป็นการเดิมพันที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโป๊กเกอร์ Texas Hold’em สำหรับบางคนจะรู้สึกว่าเป็นแอคชั่นที่ขี้โกงเกินไปในบางทีและถูกห้ามใช้ในการเล่นของบางที่อีกด้วย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการ check-raise เป็นอาวุธสำคัญสำหรับผู้เล่นโป๊กเกอร์เป็นอย่างมาก Check-raise จะเกิดขึ้นเมื่อเราเลือกที่จะ check แต่คาดหวังว่าผู้เล่นคนอื่นจะลงเดิมพันเพิ่ม และเราจะ re-raise เพิ่มกลับไปอีกทีนึง ถ้าจินตนาการตามดูมันจะเป็นแอคชั่นที่น่าสนใจมากเลยนะ เพราะว่าตอนแรกเราทำเหมือนกับว่าไพ่ในมือของเรานั่นไม่ดีเลย และปล่อยให้คู่ต่อสู้โชว์ความแกร่งของไพ่ในมือจากมูลค่าที่เขาลงเดิมพันก่อน นี่เป็นสาเหตุที่ผู้เล่นบางคนบอกว่ามันเป็นแอคชั่นที่ขี้โกงเอามากๆ เพราะหลอกล่อคู่ต่อสู้ให้เดิมพันลงใน pot นั่นเอง ทำไมต้องใช้ check-raise                 check-raise มีประโยชน์ทั้งจากการบลัฟฟ์ให้คู่ต่อสู้ของเราหมอบและจากการเพิ่มมูลค่าเงินเดิมพันลงไปใน pot ข้อดีของการ check-raise อีกอันนึงก็คือ ทำให้คู่ต่อสู้ของเราคาดเดาเราได้ยากมากยิ่งขึ้น ว่าจริงๆแล้วไพ่ในมือเราเป็นยังไง                 ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นผู้เล่นมือใหม่ใช้กลยุทธ์นี้กันมากเท่าไหร่ ถ้าคู่ต่อสู้เห็นเราใช้กลยุทธ์นี้พวกเขาจะค่อนข้างมั่นใจในระดับนึงว่าเราเป็นผู้เล่นที่ดีคนนึงและอาจจะฉุกคิดมากขึ้นตอนที่เขาจะบลัฟฟ์เรา Check-raise เพื่อบลัฟฟ์ หรือ semi-bluff                 อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า check-raise เป็นแอคชั่นที่ดีและมีประสิทธิภาพมากและมากไปกว่านั้นเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบลัฟฟ์ได้อีกด้วย check-raise จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเวลาเล่นแบบตัวต่อตัวและจะลดลงเรื่อยๆเมื่อจำนวนผู้เล่นมากขึ้น                 การใช้ check-raise เราควรจะอยู่ในตำแหน่งการเล่นแรกๆ เพื่อที่จะ check ไปให้คู่ต่อสู้ bet กลับมา ถ้าคู่ต่อสู้ bet กลับมาจริงๆ ให้เรา raise...

JJ ถือเป็นไพ่ที่สร้างปัญหาให้กับผู้เล่นมือใหม่เป็นจำนวนมาก เพราะส่วนมากแล้วเมื่อเราได้รับไพ่คู่นี้มาอยู่ในมือ เราจะมีความคิดที่ว่า “ฉันได้ไพ่ที่ดี ติดอันดับ 1 ใน 5 เลยนะ” แต่ความจริงแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ ? วันนี้เราจะมาดูกัน….. ในรอบ pre-flop             โดยปกติผู้เล่นมือใหม่มักจะลงเดิมพันมากเกินไปสำหรับไพ่ JJ อย่างเช่น raise ไป 20BB หรือมากกว่านั้น ส่วนแนวความคิดนี้ก็มาจาก เราอาจจะสามารถเอาชนะได้ตั้งแต่ pre-flop หรือถ้าถูก call ตามก็เดาไว้ว่าคู่ต่อสู้น่าจะถือไพ่คู่ที่สูงกว่าอยู่เท่านั้นเอง             บางทีผู้เล่นมือใหม่อาจจะ all-in ตั้งแต่ pre-flop เลย และไม่คิดที่จะตัดสินใจถึงแอคชั่นอื่นๆด้วย มันอาจจะดูเด็ดเดี่ยวแต่ก็ดูจะผิดหลักการไปซะหน่อย ที่สำคัญคือผู้เล่นเหล่านี้มักจะไม่ค่อยเสีย pot ไป จึงทำให้อัตราการแพ้-ชนะของไพ่คู่นี้ผิดแปลกไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น บางครั้งจึงทำให้ผู้เล่นมอง JJ ดีกว่าความเป็นจริง การคำนวณ JJ             ถ้าเรา buy in 100BB (ถือว่าเป็นมาตราฐานส่วนใหญ่ของ cash game เนอะ) และเราชนะ blind 8 ครั้ง (8...

ไม่มีใครอยากจะเล่นโป๊กเกอร์แล้วเสียหรอก แต่คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน มีทักษะสูงมากเพียงใด แต่คุณก็จะพบว่าบางทีคุณก็เล่นเสียเช่นเดียวกัน การกลัวความสูญเสียไม่ได้เป็นลักษณะผู้เล่นที่ดีสำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ ในขณะที่ผู้เล่นที่มีลักษณะชอบการแข่งขันมักจะจัดการและรับมือกับความสูญเสียได้ดี การแพ้หรือการสูญเสียเป็นเรื่องปกติในการเล่นโป๊กเกอร์ แต่ก็มีผู้เล่นหลายๆคนที่ประสบปัญหาจากสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกเขาคาดหวังเงินรางวัลหรือเงินใน pot มากเกินไป เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับตัวเงินเป็นหลัก เมื่อสูญเสียเงินไปก็จะทำให้พวกเขารู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ความภาคภูมิใจ แรงจูงใจ ความมั่นคง เวลาและอิสรภาพไปพร้อมๆกัน ความสูญเสียในเกมเป็นตัวจุดชนวนมุมมองที่ไม่สมเหตุสมผลให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในใจของเขา และจะส่งผลให้เขาสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะไม่มีวันกลับมาชนะได้อีกเลย ในการเล่นโป๊กเกอร์ ผู้เล่นก็จะมี hand range ที่มีความกว้างแตกต่างกัน ความสามารถในการยอมรับความสูญเสียของผู้เล่นก็แตกต่างกันไปเช่นกัน ผู้เล่นบางคนอาจจะรับได้มาก บางคนอาจจะรับได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและความถี่ที่พวกเขาประสบพบเจอนั่นเอง อย่าให้การสูญเสียมาตีกรอบการเล่นโป๊กเกอร์ของเรา                 – เดินออกจากเกมหลังจากที่ได้กำไรแล้วนิดนึง เพราะกลัวว่านั่งนอนแล้วจะกลายเป็นเสีย                 – เล่นน้อยลง กลัวว่าเล่นมากก็จะยิ่งเสียมาก                 – ละเลยข้อผิดพลาดและสรุปว่าเอาเอง                 – หลีกเลี่ยงเกมที่สามารถทำกำไรได้เพราะเคยเสียในสถานการณ์นี้มาก่อน                 – คิดถึงแต่ความสูญเสียโดยที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย                 – ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาทำให้เล่นแย่ขึ้นและเสียมากยิ่งขึ้น                 การที่คุณจะเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องเคยพ่ายแพ้มาก่อน และผู้พ่ายแพ้ที่ดีจะต้องรู้ว่าจุดไหนที่เราเล่นได้ดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ออกมา (เราอาจจะเล่นดีแล้วในวันนั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราแพ้ โดยที่ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เป็นต้น) เป้าหมายง่ายๆของเรา ก็คือ...

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่อง ระดับพลังงานที่เหมาะสม กันไปแล้ว และเราจะมาอธิบายกันในบทความนี้ว่าจริงๆแล้วมันหมายถึงอะไร คำตอบของเราอาจจะดูอิงวิทยาศาสตร์กันซักหน่อย เพราะเป็นแนวคิดจากงานวิจัยนั่นเอง กราฟด้านล่างนี้ถูกเรียกว่า กฎ Yerkes-Dodson เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพ                 เริ่มจากทางด้านล่างซ้ายจุดที่พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพก็ต่ำ ในจุดนี้จะเป็นช่วงที่เราเหนื่อย เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไรเลย ส่วนอีกฝั่งของกราฟ ถึงแม้จะมีพลังงานที่สูงและเข้มข้นมาก แต่พลังงานในระดับนี้ก็มากเกินไปและยังส่งผลให้จิตใจของเราทำงานผิดปกติอีกด้วย เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวเข้ามาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดคือช่วงกลางของกราฟ คือจุดที่เราใช้พลังงานอย่างพอเหมาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับพลังงานที่เหมาะสมที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือจุดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง ค้นหาพลังงานของคุณ                 หากต้องการรู้ว่าจุดพลังงานที่เหมาะสมของตัวคุณเองนั้นอยู่ตรงไหน คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชอบตัวเองตอนไหนและปัจจัยอะไรที่ทำให้มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ? คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า เมื่อถึงจุดที่เล่นดีที่สุดของคุณแล้ว พลังงานของคุณในตอนนั้นเป็นยังไง ? สูงต่ำขนาดไหน ตอนนั้นรู้สึกสบาย นิ่งสงบมากแค่ไหน หรือต้องตื่นตัวมากขนาดไหน และให้คิดต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดังตอนนั้น ? กินอิ่มมั้ย นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ได้ไปออกกำลังกายมาก่อน ได้ทบทวนกลยุทธ์ก่อนจะเริ่มเล่น หรือตอนนั้นอารมณ์ดีมาจากไหนหรือเปล่า                 เมื่อคุณมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว ลองนำปัจจัยต่างๆที่ทำให้คุณอยู่ในโซนพลังงานที่เหมาะสมมาจดลงในบันทึกดู และพยายามทำกิจกรรมเหล่านั้นบ่อยๆ เพื่อให้ตัวคุณอยู่ในจุดพลังงานที่นั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นนักเพียงแต่คุณจะต้องมีวินัยมากพอที่จะทำมันในทุกๆวัน เช่นเดียวกับการที่คุณศึกษากลยุทธ์ต่างๆในการเล่นโป๊กเกอร์ ยิ่งคุณทำมันบ่อยๆ ศึกษามันบ่อยๆ มีวินัยและทำต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ภายในตัวคุณนั่นเอง การเล่นโป๊กเกอร์ด้วยอารมณ์...

                การเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่ใช้ร่างกายเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมสูงมากๆ เพราะใครๆก็สามารถเป็นผู้เล่นที่ดีได้ ถึงแม้ว่าเราจะยังต้องกินของที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่เหตุผลที่เราทำแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนฟุตบอลที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องวิ่งได้เร็ว มีจุดแข็งและข้อกำหนดเยอะแยะมากมายกว่าที่จะได้เข้าไปเล่นในระดับสูงๆ แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่ใช้จิตใจเป็นหลัก เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกหรือพวก eSports ต่างๆเลย                 ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Jared เป็นโค้ชให้กับนักโป๊กเกอร์มามากว่า 500 คน รวมกว่า 45 ประเทศ เขาช่วยผู้เล่นโป๊กเกอร์เหล่านั้นให้พัฒนาทักษะต่างๆของตนเองให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากมายอะไรเลย จุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชของเขามาจากการเล่นกอล์ฟนั่นเอง แม้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการแข่งขันใหญ่ๆมาบ้าง แต่เมื่อการแข่งขันระดับประเทศมาถึง ความกดดันของเขากลับทำมันพังลงไม่เป็นท่า แทนที่เขาจะพยายามและก้าวต่อไปในเส้นทางเดิม เขากลับเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านการปรึกษาและได้รับใบอนุญาตมาแทน สาเหตุที่เขาเลือกเส้นทางนี้ก็เพราะว่าเขาอยากจะแก้ไขจิตใจหรือวิธีการคิดของตัวเองหรือโปรกอล์ฟคนอื่นๆที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ให้ได้ ทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ณ จุดนั้น                 ในปี 2007 Jared ได้รู้จักกับ Dusty ผู้ซึ่งมีความสามารถในการเล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากๆคนนึง แต่มักถูกอารมณ์ในเชิงลบย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย แถมยังพาลทำลายข้าวของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่างหาก แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน Dusty สามารถควมคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ในที่สุด และยังสามารถขยับไปเล่นโป๊กเกอร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชในเกมโป๊กเกอร์ของ Jared เลยทีเดียว                 ทุกๆคนคงรู้จัก Tiger...

ถ้าคุณเป็นมือใหม่สำหรับเกมโป๊กเกอร์แล้วล่ะก็ บทความนี้จะมีประโยชน์และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าให้คุณได้มากเลยทีเดียว หรือถ้าคุณสามารถนำเทคนิคข้างล่างนี้ไปใช้ได้ทั้งหมด เผลอๆจะทำให้คุณชนะในเกมได้อีกต่างหาก เทคนิคด้านล่างเหล่านี้ไม่ได้สามารถทำให้คุณเป็นผู้เล่นมืออาชีพได้ภายใน 10 นาที แต่จะสามารถทำให้คุณเดินไปในทางที่ถูกที่ควรมากยิ่งขึ้น 1. อย่าเล่น hand เยอะ                 นี่เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมากๆสำหรับผู้เล่นมือใหม่ เป็นข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (ถ้าอ่านบทความเยอะๆ คุณจะรู้ว่ามันเป็นปัญหาสำหรับผู้เล่นมือใหม่จริงๆ) อย่าตกหลุมพรางที่ว่า “ไม่ว่าไพ่อะไรก็สามารถที่จะเอาชนะในเกมโป๊กเกอร์ได้” เป็นเรื่องจริงที่ไม่ว่าไพ่อะไรก็มีโอกาสที่จะชนะได้ แต่โอกาสที่จะชนะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับไพ่ที่เราเลือกเล่นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเริ่มจากเลือกไพ่เพื่อเริ่มเล่นดีๆก่อนเลย การเลือกไพ่เริ่มเล่นที่ดีจะเป็นรากฐานที่สำคัญให้กับเรา (อ่าน starting hand ที่นี่ ) 2. อย่าบลัฟฟ์มาก                 แม้ว่าคุณจะเห็นการบลัฟฟ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในการแข่ง WSOP  แต่อย่าเชียวนะ อย่าคิดว่าการบลัฟฟ์จะทำให้เราชนะในการเล่นโป๊กเกอร์ได้แบบนั้น เพราะในการเล่นโป๊กเกอร์นั้นใช้ทักษะด้านอื่นๆมากกว่าการบลัฟฟ์แน่นอน ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ มันคงจะดีกว่าถ้าคุณพยายามเล่นไพ่ของคุณให้ดีมากกว่าการบลัฟฟ์เพื่อให้คู่ต่อสู้หมอบ การบลัฟฟ์บ้างในบางโอกาสถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การบลัฟฟ์ที่ดีนั้นต้องมาจากความรู้ที่ถูกต้องและการฝึกฝนที่มากพอ พอที่จะรู้ว่าเราควรจะบลัฟฟ์ตอนไหนถึงจะดีที่สุด (อ่าน bluffing trips ที่นี่) 3. คิดถึงคู่ต่อสู้                 การที่เรารู้ว่าไพ่ในมือของเราดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่มันจะดีมากยิ่งขึ้นถ้าเรารู้ว่าไพ่ของคู่ต่อสู้เราน่าจะดีหรือแย่กว่าเรา เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เปิด turn มา ไพ่เราติด straight ก็ถือได้ว่าเป็นไพ่ที่ดีมากนะ แต่บนบอร์ดตอนนี้มีหน้าไพ่ที่เหมือนกันอยู่ 4...

                คำว่า ‘tilt’ (ทิลท) เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการ Poker เพื่อแสดงถึง สภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวนและส่งผลในด้านลบต่อการตัดสินใจ มีปัจจัยหลายๆอย่างในเกมโป๊กเกอร์ที่ทำให้เกิดอาการ tilt อย่างเช่น เวลาเจอ bad beat ก็จะทำให้คุณอารมณ์เสีย โมโห และอยากได้คืน หรือเวลาที่นั่งรอไพ่นานๆ แต่ไม่มีไพ่อะไรที่จะเล่นได้เลย คุณจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและจะเริ่มเล่นไพ่มากขึ้น หรือการที่คุณพบว่าคุณถูกคู่ต่อสู้บลัฟฟ์เมื่อรอบที่แล้ว เมื่อเหตุการร์คล้ายๆเดิมกลับมาอีกครั้งคุณจะรู้สึกหงุดหงิดและมีเกณฑ์จะเล่นต่อโดยไม่ fold tilt มีหลายแบบ                 Tilt มีอยู่หลายหลากรูปแบบ ผู้เล่นบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ tilt คือการที่ผู้เล่นคนนึงจะ all-in ในรอบต่อไปด้วยไพ่อะไรก็ได้ หลังจากที่เจอ bad beat มา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้คุณอาจจะพบเจอบ้างเวลาที่เล่น แต่จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ มีอาการ tilt แบบอื่นๆด้วยเช่นกัน                 ทุกๆครั้งที่คุณพยายามมองหาโอกาสที่จะลงเดิมพันกับคู่ต่อสู้คนนึงที่เอาชนะคุณด้วยกลยุทธ์หรือจากโชคลางก็แล้วแต่ในรอบก่อนๆ เพราะอยากจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นแพ้เหมือนที่คุณโดน หรือพยายามเอาเงินเดิมพันคืนจากผู้เล่นคนนั้น ลักษณะแบบนี้ก็เรียกว่า tilt เช่นกัน เพราะปกติแล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องเสี่ยงลงเดิมพันเพื่อเอาชนะใครเป็นพิเศษ หรือเสี่ยงที่จะเอาไพ่ที่ไม่ดีเข้าไปเล่นใน pot นั้นๆเลย แต่มีบางอย่างที่มากระตุ้นให้คุณทำ ข้อผิดพลาดทั่วไปตอน tilt                 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากๆตอน tilt คือ...

                ถ้าเราตั้งใจจะบลัฟฟ์คู่ต่อสู้เพื่อให้เขาหมอบ แต่เขากลับ call กลับมา เราก็คงจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่บลัฟฟ์ไม่สำเร็จและยังเสียเงินให้เขาไปอีก แต่คงจะแย่ขึ้นไปอีกถ้าเรายังวนเวียนความผิดพลาดอันนี้อย่างต่อเนื่อง จน bankroll ของเราลดต่ำลงไปเรื่อยๆ                 ลองจินตนาการดูสิว่ามีวิธีการไหนบ้างที่จะทำให้เราสามารถบลัฟฟ์ไป และเมื่อถูก call ตาม เราก็ยังมีโอกาสที่จะสร้างกำไรจากการบลัฟฟ์ของเราได้อยู่ และวิธีการนั้นก็คือ semi-bluff นั่นเอง Semi-bluff คืออะไร ?                 Semi-bluff คือ การบลัฟฟ์ครึ่ง ไม่บลัฟฟ์ครึ่ง เพราะเรายังมีโอกาสที่จะทำให้ไพ่ในมือของเราดีขึ้นได้ เมื่อไพ่กองกลางใบหน้าเปิดขึ้นมา                 ตัวอย่างเช่น เราถือ A♦ 4♦ flopออก K♦ Q♣ 2♦ ตอนนี้ไพ่ในมือของเราอาจจะไม่ใช่ไพ่ที่ดีที่สุดเพราะเรายังไม่มีอะไรเลย แต่ถ้าไพ่ในรอบ turn หรือ river ออกมาเป็นข้าวหลามตัด ♦ เราก็จะติด flush และทำให้เรามีไพ่ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเรา raise เข้าไปเลย ตอนนี้เรายังไม่มีไพ่แต่ในอนาคตเราอาจจะมี การเล่นแบบนี้เรียกว่า semi-bluff นั่นเอง Semi-bluff กับ bluff ต่างกันยังไง ?...

X