ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่อง ระดับพลังงานที่เหมาะสม กันไปแล้ว และเราจะมาอธิบายกันในบทความนี้ว่าจริงๆแล้วมันหมายถึงอะไร คำตอบของเราอาจจะดูอิงวิทยาศาสตร์กันซักหน่อย เพราะเป็นแนวคิดจากงานวิจัยนั่นเอง กราฟด้านล่างนี้ถูกเรียกว่า กฎ Yerkes-Dodson เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพ                 เริ่มจากทางด้านล่างซ้ายจุดที่พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพก็ต่ำ ในจุดนี้จะเป็นช่วงที่เราเหนื่อย เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไรเลย ส่วนอีกฝั่งของกราฟ ถึงแม้จะมีพลังงานที่สูงและเข้มข้นมาก แต่พลังงานในระดับนี้ก็มากเกินไปและยังส่งผลให้จิตใจของเราทำงานผิดปกติอีกด้วย เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวเข้ามาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดคือช่วงกลางของกราฟ คือจุดที่เราใช้พลังงานอย่างพอเหมาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับพลังงานที่เหมาะสมที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือจุดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง ค้นหาพลังงานของคุณ                 หากต้องการรู้ว่าจุดพลังงานที่เหมาะสมของตัวคุณเองนั้นอยู่ตรงไหน คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชอบตัวเองตอนไหนและปัจจัยอะไรที่ทำให้มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ? คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า เมื่อถึงจุดที่เล่นดีที่สุดของคุณแล้ว พลังงานของคุณในตอนนั้นเป็นยังไง ? สูงต่ำขนาดไหน ตอนนั้นรู้สึกสบาย นิ่งสงบมากแค่ไหน หรือต้องตื่นตัวมากขนาดไหน และให้คิดต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดังตอนนั้น ? กินอิ่มมั้ย นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ได้ไปออกกำลังกายมาก่อน ได้ทบทวนกลยุทธ์ก่อนจะเริ่มเล่น หรือตอนนั้นอารมณ์ดีมาจากไหนหรือเปล่า                 เมื่อคุณมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว ลองนำปัจจัยต่างๆที่ทำให้คุณอยู่ในโซนพลังงานที่เหมาะสมมาจดลงในบันทึกดู และพยายามทำกิจกรรมเหล่านั้นบ่อยๆ เพื่อให้ตัวคุณอยู่ในจุดพลังงานที่นั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นนักเพียงแต่คุณจะต้องมีวินัยมากพอที่จะทำมันในทุกๆวัน เช่นเดียวกับการที่คุณศึกษากลยุทธ์ต่างๆในการเล่นโป๊กเกอร์ ยิ่งคุณทำมันบ่อยๆ ศึกษามันบ่อยๆ มีวินัยและทำต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ภายในตัวคุณนั่นเอง การเล่นโป๊กเกอร์ด้วยอารมณ์...

                การเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่ใช้ร่างกายเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมสูงมากๆ เพราะใครๆก็สามารถเป็นผู้เล่นที่ดีได้ ถึงแม้ว่าเราจะยังต้องกินของที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่เหตุผลที่เราทำแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนฟุตบอลที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องวิ่งได้เร็ว มีจุดแข็งและข้อกำหนดเยอะแยะมากมายกว่าที่จะได้เข้าไปเล่นในระดับสูงๆ แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่ใช้จิตใจเป็นหลัก เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกหรือพวก eSports ต่างๆเลย                 ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Jared เป็นโค้ชให้กับนักโป๊กเกอร์มามากว่า 500 คน รวมกว่า 45 ประเทศ เขาช่วยผู้เล่นโป๊กเกอร์เหล่านั้นให้พัฒนาทักษะต่างๆของตนเองให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากมายอะไรเลย จุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชของเขามาจากการเล่นกอล์ฟนั่นเอง แม้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการแข่งขันใหญ่ๆมาบ้าง แต่เมื่อการแข่งขันระดับประเทศมาถึง ความกดดันของเขากลับทำมันพังลงไม่เป็นท่า แทนที่เขาจะพยายามและก้าวต่อไปในเส้นทางเดิม เขากลับเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านการปรึกษาและได้รับใบอนุญาตมาแทน สาเหตุที่เขาเลือกเส้นทางนี้ก็เพราะว่าเขาอยากจะแก้ไขจิตใจหรือวิธีการคิดของตัวเองหรือโปรกอล์ฟคนอื่นๆที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ให้ได้ ทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ณ จุดนั้น                 ในปี 2007 Jared ได้รู้จักกับ Dusty ผู้ซึ่งมีความสามารถในการเล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากๆคนนึง แต่มักถูกอารมณ์ในเชิงลบย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย แถมยังพาลทำลายข้าวของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่างหาก แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน Dusty สามารถควมคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ในที่สุด และยังสามารถขยับไปเล่นโป๊กเกอร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชในเกมโป๊กเกอร์ของ Jared เลยทีเดียว                 ทุกๆคนคงรู้จัก Tiger...

ถ้าคุณเป็นมือใหม่สำหรับเกมโป๊กเกอร์แล้วล่ะก็ บทความนี้จะมีประโยชน์และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าให้คุณได้มากเลยทีเดียว หรือถ้าคุณสามารถนำเทคนิคข้างล่างนี้ไปใช้ได้ทั้งหมด เผลอๆจะทำให้คุณชนะในเกมได้อีกต่างหาก เทคนิคด้านล่างเหล่านี้ไม่ได้สามารถทำให้คุณเป็นผู้เล่นมืออาชีพได้ภายใน 10 นาที แต่จะสามารถทำให้คุณเดินไปในทางที่ถูกที่ควรมากยิ่งขึ้น 1. อย่าเล่น hand เยอะ                 นี่เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมากๆสำหรับผู้เล่นมือใหม่ เป็นข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (ถ้าอ่านบทความเยอะๆ คุณจะรู้ว่ามันเป็นปัญหาสำหรับผู้เล่นมือใหม่จริงๆ) อย่าตกหลุมพรางที่ว่า “ไม่ว่าไพ่อะไรก็สามารถที่จะเอาชนะในเกมโป๊กเกอร์ได้” เป็นเรื่องจริงที่ไม่ว่าไพ่อะไรก็มีโอกาสที่จะชนะได้ แต่โอกาสที่จะชนะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับไพ่ที่เราเลือกเล่นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเริ่มจากเลือกไพ่เพื่อเริ่มเล่นดีๆก่อนเลย การเลือกไพ่เริ่มเล่นที่ดีจะเป็นรากฐานที่สำคัญให้กับเรา (อ่าน starting hand ที่นี่ ) 2. อย่าบลัฟฟ์มาก                 แม้ว่าคุณจะเห็นการบลัฟฟ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในการแข่ง WSOP  แต่อย่าเชียวนะ อย่าคิดว่าการบลัฟฟ์จะทำให้เราชนะในการเล่นโป๊กเกอร์ได้แบบนั้น เพราะในการเล่นโป๊กเกอร์นั้นใช้ทักษะด้านอื่นๆมากกว่าการบลัฟฟ์แน่นอน ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ มันคงจะดีกว่าถ้าคุณพยายามเล่นไพ่ของคุณให้ดีมากกว่าการบลัฟฟ์เพื่อให้คู่ต่อสู้หมอบ การบลัฟฟ์บ้างในบางโอกาสถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การบลัฟฟ์ที่ดีนั้นต้องมาจากความรู้ที่ถูกต้องและการฝึกฝนที่มากพอ พอที่จะรู้ว่าเราควรจะบลัฟฟ์ตอนไหนถึงจะดีที่สุด (อ่าน bluffing trips ที่นี่) 3. คิดถึงคู่ต่อสู้                 การที่เรารู้ว่าไพ่ในมือของเราดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่มันจะดีมากยิ่งขึ้นถ้าเรารู้ว่าไพ่ของคู่ต่อสู้เราน่าจะดีหรือแย่กว่าเรา เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เปิด turn มา ไพ่เราติด straight ก็ถือได้ว่าเป็นไพ่ที่ดีมากนะ แต่บนบอร์ดตอนนี้มีหน้าไพ่ที่เหมือนกันอยู่ 4...

                คำว่า ‘tilt’ (ทิลท) เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการ Poker เพื่อแสดงถึง สภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวนและส่งผลในด้านลบต่อการตัดสินใจ มีปัจจัยหลายๆอย่างในเกมโป๊กเกอร์ที่ทำให้เกิดอาการ tilt อย่างเช่น เวลาเจอ bad beat ก็จะทำให้คุณอารมณ์เสีย โมโห และอยากได้คืน หรือเวลาที่นั่งรอไพ่นานๆ แต่ไม่มีไพ่อะไรที่จะเล่นได้เลย คุณจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและจะเริ่มเล่นไพ่มากขึ้น หรือการที่คุณพบว่าคุณถูกคู่ต่อสู้บลัฟฟ์เมื่อรอบที่แล้ว เมื่อเหตุการร์คล้ายๆเดิมกลับมาอีกครั้งคุณจะรู้สึกหงุดหงิดและมีเกณฑ์จะเล่นต่อโดยไม่ fold tilt มีหลายแบบ                 Tilt มีอยู่หลายหลากรูปแบบ ผู้เล่นบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ tilt คือการที่ผู้เล่นคนนึงจะ all-in ในรอบต่อไปด้วยไพ่อะไรก็ได้ หลังจากที่เจอ bad beat มา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้คุณอาจจะพบเจอบ้างเวลาที่เล่น แต่จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ มีอาการ tilt แบบอื่นๆด้วยเช่นกัน                 ทุกๆครั้งที่คุณพยายามมองหาโอกาสที่จะลงเดิมพันกับคู่ต่อสู้คนนึงที่เอาชนะคุณด้วยกลยุทธ์หรือจากโชคลางก็แล้วแต่ในรอบก่อนๆ เพราะอยากจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นแพ้เหมือนที่คุณโดน หรือพยายามเอาเงินเดิมพันคืนจากผู้เล่นคนนั้น ลักษณะแบบนี้ก็เรียกว่า tilt เช่นกัน เพราะปกติแล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องเสี่ยงลงเดิมพันเพื่อเอาชนะใครเป็นพิเศษ หรือเสี่ยงที่จะเอาไพ่ที่ไม่ดีเข้าไปเล่นใน pot นั้นๆเลย แต่มีบางอย่างที่มากระตุ้นให้คุณทำ ข้อผิดพลาดทั่วไปตอน tilt                 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากๆตอน tilt คือ...

                ถ้าเราตั้งใจจะบลัฟฟ์คู่ต่อสู้เพื่อให้เขาหมอบ แต่เขากลับ call กลับมา เราก็คงจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่บลัฟฟ์ไม่สำเร็จและยังเสียเงินให้เขาไปอีก แต่คงจะแย่ขึ้นไปอีกถ้าเรายังวนเวียนความผิดพลาดอันนี้อย่างต่อเนื่อง จน bankroll ของเราลดต่ำลงไปเรื่อยๆ                 ลองจินตนาการดูสิว่ามีวิธีการไหนบ้างที่จะทำให้เราสามารถบลัฟฟ์ไป และเมื่อถูก call ตาม เราก็ยังมีโอกาสที่จะสร้างกำไรจากการบลัฟฟ์ของเราได้อยู่ และวิธีการนั้นก็คือ semi-bluff นั่นเอง Semi-bluff คืออะไร ?                 Semi-bluff คือ การบลัฟฟ์ครึ่ง ไม่บลัฟฟ์ครึ่ง เพราะเรายังมีโอกาสที่จะทำให้ไพ่ในมือของเราดีขึ้นได้ เมื่อไพ่กองกลางใบหน้าเปิดขึ้นมา                 ตัวอย่างเช่น เราถือ A♦ 4♦ flopออก K♦ Q♣ 2♦ ตอนนี้ไพ่ในมือของเราอาจจะไม่ใช่ไพ่ที่ดีที่สุดเพราะเรายังไม่มีอะไรเลย แต่ถ้าไพ่ในรอบ turn หรือ river ออกมาเป็นข้าวหลามตัด ♦ เราก็จะติด flush และทำให้เรามีไพ่ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเรา raise เข้าไปเลย ตอนนี้เรายังไม่มีไพ่แต่ในอนาคตเราอาจจะมี การเล่นแบบนี้เรียกว่า semi-bluff นั่นเอง Semi-bluff กับ bluff ต่างกันยังไง ?...

                Free card เป็นคำที่ใช้ในโป๊กเกอร์เมื่อเราหรือผู้เล่นคนอื่นๆสามารถเห็นไพ่กองกลองโดยที่ไม่ต้องวางเดิมพันอะไรเพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น เราและผู้เล่นอีกคนนึงอยู่ใน pot และเราได้ตัดสินใจก่อนด้วยการ check เรากำลังให้โอกาสคู่ต่อสู้ในการเห็น ไพ่ฟรี(free card) ใบนั้นได้ โดยส่วนมากแล้วเหตุผลของการใช้นั้นมีอยู่ 2 ข้อหลักๆ คือ                 – เพื่อประหยัดเงินเดิมพันในการรอ flush หรือ straight                 – ใช้สำหรับดึงเงินเดิมพันมาจากคู่ต่อสู้ ให้ pot มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น                 เทคนิคนี้ใช้ง่ายและมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งส่วนมากจะใช้ควบคู่กับ semi-bluff หรือ check-raise อีกด้วย การนำไปใช้                 เทคนิคนี้จะสามารถช่วยเราไม่ให้ถูกคู่ต่อสู้วางเดิมพันเพิ่มในรอบ turn ได้ ซึ่งจะสามารถช่วยเราประหยัดเงินได้มากกว่าการ call ตามใน flop และยังมา call ตามในรอบ turn อีก เพื่อที่จะดูไพ่ในรอบ river (ประหยัดเงินเดิมพันไปรอบถึงสองรอบ)                 เมื่อไหร่ที่ควรใช้                 – เมื่อเหลือเราและผู้เล่นอีกคนเดียว (การเล่นตัวต่อตัว)                ...

                C-bet ได้รับความนิยมอย่างมากในการเล่น no limit Holdem เนื่องจากเป็นแอคชั่นที่ง่ายต่อการเรียนรู้และสามารถเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้แม้กระทั่งผู้เล่นมือใหม่ เราจะพบว่าจริงๆแล้ว C-bet ถูกนำไปใช้เกือบจะทุกๆเกมเลย ถ้าเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรและใช้ยังไงแล้วล่ะก็ เราจะกลายเป็นคนที่เสียเปรียบในเกมนั้นๆเอง C-bet คืออะไร ?                 C-bet คือ การที่เราเป็นคน raise ในช่วง pre-flop และมา bet เพิ่มในช่วง flop อีกหนึ่งรอบ ถึงแม้ว่า flop จะออกมาเป็นอะไรที่ไม่ได้เอื้อแก่ไพ่ในมือเราเลย                 ถ้าเราถือ A♠ K♥ และ raise ไปในช่วง pre-flop รอบ flop ไพ่กองกลางเปิดออกมาเป็น 4♦ 9♣ Q♥ เราสามารถชนะการเดิมพันนี้ได้ด้วยการ bet เพิ่มเข้าไป ถึงแม้ว่า flop ที่ออกมาจะไม่ได้ทำให้เรามีคู่หรืออะไรเลยก็ตาม ถ้าหากคู่ต่อสู้ของเรา fold แสดงว่าเขาไม่ติดคู่อะไรเลยจาก flop นั้นเช่นกัน จะเห็นได้ว่าการ C-bet เพิ่มโอกาสให้เราคว้าเงินใน pot ไปมากกว่าการที่เรา...

X