ความขี้เกียจเป็นข้ออ้างที่ทำให้คุณไม่มีแรงจูงใจ และคุณมักจะคิดว่า “ก็ฉันเป็นแบบนี้เนี่ยแหละ” จึงไม่มีอะไรมาทำให้มันดีขึ้นได้ แต่จริงๆแล้วความขี้เกียจไม่ใช่ลักษณะนิสัยนะ เพราะคุณยังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ ว่าอะไรง่าย อะไรทำแล้วจะสบายมากขึ้น แทนที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น เป้าหมายเป็นเครื่องมือวัดความขี้เกียจอย่างนึง ถ้าเป้าหมายในการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณนั่นสำเร็จได้ง่าย คุณอาจจะบรรลุเป้าหมายด้วยการนั่งดูโทรทัศน์แทนการศึกษาหรือลองเล่น อันนี้ไม่ได้เรียกว่าขี้เกียจ อันนี้คุณแค่สนุกกับการใช้ชีวิตง่ายๆแบบนั้นและอย่างน้อยคุณก็บรรลุเป้าหมายของตัวคุณเอง บ่อยครั้งที่ผู้เล่นได้รับแรงจูงใจมาจากการดูผู้เล่นเก่งๆเล่น เห็นการเดิมพันที่ยอดเยี่ยม หรืออะไรก็ตามแต่ แต่แรงจูงใจเหล่านี้จะค่อยๆหายไปและวนลูปกลับไปที่เดิม กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราขี้เกียจน้อยลงและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็คือ การหาว่าทำไมเราถึงขี้เกียจ เพื่อช่วยให้คุณหาสาเหตุเหล่านั้นได้ เรามีสาเหตุบางข้อที่ผู้เล่นมักนึกไม่ถึงมาฝากกัน อย่างเช่น ขี้เกียจที่จะหาวิธีการจัดการอารมณ์ของตนเอง ก็เลยเลือกที่จะไม่เล่นแทน จะได้ไม่ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แค่นี้ก็หลีกเลี่ยงการ tilt ได้แล้ว การหลีกเลี่ยงลักษณะนี้อาจจะดูเหมือนความขี้เกียจ แต่ถ้าคุณดูให้ชัดแล้วจะพบว่ามันแตกต่างกัน ขั้นแรกที่จะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้คือ คุณลิสทุกๆอย่างที่คุณทำแล้วคิดว่ามันคือความขี้เกียจลงในสมุดก่อน จดบันทึกเอาไว้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่แล้วทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านั้นในมือแล้ว ลองดูแต่ละลิสแล้วถามตัวเองอีกครั้ง ทำไมมันถึงสมเหตุสมผลที่จะเกิดความรู้สึกแบบนี้ ? เป้าหมายขัดแย้งกัน                 ความขี้เกียจเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างมาจูงใจคุณมากกว่าเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณเล่นเกมอื่นๆแทนการเล่นโป๊กเกอร์ แสดงว่าเกมนั้นมีผลกับคุณมากกว่า จูงใจคุณมากกว่าการเล่นโป๊กเกอร์ แล้วทำไมการเล่นโป๊กเกอร์ถึงไม่จูงใจให้คุณอยากเล่นแล้วล่ะ? คุณอาจจะเคยรู้สึกรักมันมากๆ เคยใช้เวลามากมายในการเล่นหลายชั่วโมงและเรียนรู้มัน ซึ่งเป็นความรู้สึกตรงข้ามตอนนี้เลย อาจจะเพราะว่าครั้งหนึ่งการเล่นโป๊กเกอร์ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เคยเป็นสิ่งที่มาจูงใจคุณได้มากกว่าการเรียน หรือการทำงานในอดีต แต่ในปัจจุบันคุณรู้สึกว่าการเล่นโป๊กเกอร์เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำ กลายเป็นงานที่เคยไม่ชอบมาก่อน ทำให้แรงจูงใจต่อการเล่นมันลดต่ำลง                 คุณอาจจะประสบความสำเร็จจากการเล่นโป๊กเกอร์มามากพอแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป เกมจะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บางครั้งการศึกษาอาจจะทำให้เกิดความสับสนแต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้คุณอยากก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้                ...

สิ่งที่ทำให้โป๊กเกอร์แตกต่างจากเกมอื่นๆ คือ ความแปรปรวน ในระยะยาวโป๊กเกอร์เป็นเกมที่อาศัยดวงและทักษะในการเล่นเพื่อชนะ แต่ในระยะสั้นคุณก็มีโอกาสที่จะแพ้ให้กับผู้เล่นคนอื่นได้อย่างง่ายดาย ในเกมอื่นๆคุณสามารถบอกได้ง่ายๆเลยว่าใครเก่งกว่าใคร ก็อิงจากคนที่ชนะเกมเป็นคนที่เก่งกว่านั้นเอง แต่สำหรับโป๊กเกอร์แล้วยากที่จะบอกว่าใครเล่นเก่งกว่าใคร ใครเล่นได้ดีกว่าใคร เพราะมีเรื่องของความแปรปรวนพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าคุณเข้าใจเรื่องโชคลางมากแค่ไหน ? ถ้าคุณมีความเข้าใจเหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป มีโอกาสที่คุณจะไม่เข้าใจมันได้ดีจริงๆ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ทุกคนมีแนวโน้มที่จะเข้าใจเรื่องความแปรปรวนมากกว่าคนทั่วไป และวิธีการที่พวกเขาตอบสนองต่อความแปรปรวนนี้ ยังสามารถพิสูจน์ได้อีกว่าเขามีกลยุทธ์ทางด้านจิตใจที่ดีมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างความแปรปรวนที่เกิดขึ้น – คุณรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องเสียเงินให้กับผู้เล่นที่อ่อนกว่า – คุณเลือกจะเล่นเกมที่มีความแปรปรวนต่ำลง เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดี – คุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หลังเจอ bad beat – คุณเล่น stake เล็กลง ทั้งๆที่ bankroll คุณยังอยู่ในระดับเดิม – แรงจูงใจในการเล่นจองคุณขึ้นอยู่กับเกมว่าดีหรือไม่ดี – เมื่อเล่นได้ดี คุณจะมองข้ามข้อผิดพลาดของตัวเอง – คุณตั้งคำถามกับตัวเอง “เมื่อไหร่จะชนะอีกรอบ” – เลิกเล่นเร็วขึ้น เพราะรู้สึกว่าชนะแล้ว ไม่อยากแพ้ – คุณจะเช็คผลลัพธ์ในการเล่นตลอดเวลา จัดการความไม่แน่นอน                 ผู้เล่นทุกๆระดับ ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ มักจะมีช่องโหว่ในเรื่องการเข้าใจความแปรปรวน ทุกๆคนรู้ว่าการถือไพ่ AA หรือ KK อยู่ในมือ แต่กลับแพ้...

ไม่มีใครอยากจะเล่นโป๊กเกอร์แล้วเสียหรอก แต่คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน มีทักษะสูงมากเพียงใด แต่คุณก็จะพบว่าบางทีคุณก็เล่นเสียเช่นเดียวกัน การกลัวความสูญเสียไม่ได้เป็นลักษณะผู้เล่นที่ดีสำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ ในขณะที่ผู้เล่นที่มีลักษณะชอบการแข่งขันมักจะจัดการและรับมือกับความสูญเสียได้ดี การแพ้หรือการสูญเสียเป็นเรื่องปกติในการเล่นโป๊กเกอร์ แต่ก็มีผู้เล่นหลายๆคนที่ประสบปัญหาจากสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกเขาคาดหวังเงินรางวัลหรือเงินใน pot มากเกินไป เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับตัวเงินเป็นหลัก เมื่อสูญเสียเงินไปก็จะทำให้พวกเขารู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ความภาคภูมิใจ แรงจูงใจ ความมั่นคง เวลาและอิสรภาพไปพร้อมๆกัน ความสูญเสียในเกมเป็นตัวจุดชนวนมุมมองที่ไม่สมเหตุสมผลให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในใจของเขา และจะส่งผลให้เขาสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะไม่มีวันกลับมาชนะได้อีกเลย ในการเล่นโป๊กเกอร์ ผู้เล่นก็จะมี hand range ที่มีความกว้างแตกต่างกัน ความสามารถในการยอมรับความสูญเสียของผู้เล่นก็แตกต่างกันไปเช่นกัน ผู้เล่นบางคนอาจจะรับได้มาก บางคนอาจจะรับได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและความถี่ที่พวกเขาประสบพบเจอนั่นเอง อย่าให้การสูญเสียมาตีกรอบการเล่นโป๊กเกอร์ของเรา                 – เดินออกจากเกมหลังจากที่ได้กำไรแล้วนิดนึง เพราะกลัวว่านั่งนอนแล้วจะกลายเป็นเสีย                 – เล่นน้อยลง กลัวว่าเล่นมากก็จะยิ่งเสียมาก                 – ละเลยข้อผิดพลาดและสรุปว่าเอาเอง                 – หลีกเลี่ยงเกมที่สามารถทำกำไรได้เพราะเคยเสียในสถานการณ์นี้มาก่อน                 – คิดถึงแต่ความสูญเสียโดยที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย                 – ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาทำให้เล่นแย่ขึ้นและเสียมากยิ่งขึ้น                 การที่คุณจะเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องเคยพ่ายแพ้มาก่อน และผู้พ่ายแพ้ที่ดีจะต้องรู้ว่าจุดไหนที่เราเล่นได้ดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ออกมา (เราอาจจะเล่นดีแล้วในวันนั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราแพ้ โดยที่ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เป็นต้น) เป้าหมายง่ายๆของเรา ก็คือ...

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่อง ระดับพลังงานที่เหมาะสม กันไปแล้ว และเราจะมาอธิบายกันในบทความนี้ว่าจริงๆแล้วมันหมายถึงอะไร คำตอบของเราอาจจะดูอิงวิทยาศาสตร์กันซักหน่อย เพราะเป็นแนวคิดจากงานวิจัยนั่นเอง กราฟด้านล่างนี้ถูกเรียกว่า กฎ Yerkes-Dodson เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพ                 เริ่มจากทางด้านล่างซ้ายจุดที่พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพก็ต่ำ ในจุดนี้จะเป็นช่วงที่เราเหนื่อย เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไรเลย ส่วนอีกฝั่งของกราฟ ถึงแม้จะมีพลังงานที่สูงและเข้มข้นมาก แต่พลังงานในระดับนี้ก็มากเกินไปและยังส่งผลให้จิตใจของเราทำงานผิดปกติอีกด้วย เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวเข้ามาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดคือช่วงกลางของกราฟ คือจุดที่เราใช้พลังงานอย่างพอเหมาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับพลังงานที่เหมาะสมที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือจุดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง ค้นหาพลังงานของคุณ                 หากต้องการรู้ว่าจุดพลังงานที่เหมาะสมของตัวคุณเองนั้นอยู่ตรงไหน คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชอบตัวเองตอนไหนและปัจจัยอะไรที่ทำให้มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ? คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า เมื่อถึงจุดที่เล่นดีที่สุดของคุณแล้ว พลังงานของคุณในตอนนั้นเป็นยังไง ? สูงต่ำขนาดไหน ตอนนั้นรู้สึกสบาย นิ่งสงบมากแค่ไหน หรือต้องตื่นตัวมากขนาดไหน และให้คิดต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดังตอนนั้น ? กินอิ่มมั้ย นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ได้ไปออกกำลังกายมาก่อน ได้ทบทวนกลยุทธ์ก่อนจะเริ่มเล่น หรือตอนนั้นอารมณ์ดีมาจากไหนหรือเปล่า                 เมื่อคุณมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว ลองนำปัจจัยต่างๆที่ทำให้คุณอยู่ในโซนพลังงานที่เหมาะสมมาจดลงในบันทึกดู และพยายามทำกิจกรรมเหล่านั้นบ่อยๆ เพื่อให้ตัวคุณอยู่ในจุดพลังงานที่นั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นนักเพียงแต่คุณจะต้องมีวินัยมากพอที่จะทำมันในทุกๆวัน เช่นเดียวกับการที่คุณศึกษากลยุทธ์ต่างๆในการเล่นโป๊กเกอร์ ยิ่งคุณทำมันบ่อยๆ ศึกษามันบ่อยๆ มีวินัยและทำต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ภายในตัวคุณนั่นเอง การเล่นโป๊กเกอร์ด้วยอารมณ์...

                การเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่ใช้ร่างกายเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมสูงมากๆ เพราะใครๆก็สามารถเป็นผู้เล่นที่ดีได้ ถึงแม้ว่าเราจะยังต้องกินของที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่เหตุผลที่เราทำแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนฟุตบอลที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องวิ่งได้เร็ว มีจุดแข็งและข้อกำหนดเยอะแยะมากมายกว่าที่จะได้เข้าไปเล่นในระดับสูงๆ แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่ใช้จิตใจเป็นหลัก เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกหรือพวก eSports ต่างๆเลย                 ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Jared เป็นโค้ชให้กับนักโป๊กเกอร์มามากว่า 500 คน รวมกว่า 45 ประเทศ เขาช่วยผู้เล่นโป๊กเกอร์เหล่านั้นให้พัฒนาทักษะต่างๆของตนเองให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากมายอะไรเลย จุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชของเขามาจากการเล่นกอล์ฟนั่นเอง แม้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการแข่งขันใหญ่ๆมาบ้าง แต่เมื่อการแข่งขันระดับประเทศมาถึง ความกดดันของเขากลับทำมันพังลงไม่เป็นท่า แทนที่เขาจะพยายามและก้าวต่อไปในเส้นทางเดิม เขากลับเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านการปรึกษาและได้รับใบอนุญาตมาแทน สาเหตุที่เขาเลือกเส้นทางนี้ก็เพราะว่าเขาอยากจะแก้ไขจิตใจหรือวิธีการคิดของตัวเองหรือโปรกอล์ฟคนอื่นๆที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ให้ได้ ทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ณ จุดนั้น                 ในปี 2007 Jared ได้รู้จักกับ Dusty ผู้ซึ่งมีความสามารถในการเล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากๆคนนึง แต่มักถูกอารมณ์ในเชิงลบย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย แถมยังพาลทำลายข้าวของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่างหาก แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน Dusty สามารถควมคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ในที่สุด และยังสามารถขยับไปเล่นโป๊กเกอร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชในเกมโป๊กเกอร์ของ Jared เลยทีเดียว                 ทุกๆคนคงรู้จัก Tiger...

                คำว่า ‘tilt’ (ทิลท) เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการ Poker เพื่อแสดงถึง สภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวนและส่งผลในด้านลบต่อการตัดสินใจ มีปัจจัยหลายๆอย่างในเกมโป๊กเกอร์ที่ทำให้เกิดอาการ tilt อย่างเช่น เวลาเจอ bad beat ก็จะทำให้คุณอารมณ์เสีย โมโห และอยากได้คืน หรือเวลาที่นั่งรอไพ่นานๆ แต่ไม่มีไพ่อะไรที่จะเล่นได้เลย คุณจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและจะเริ่มเล่นไพ่มากขึ้น หรือการที่คุณพบว่าคุณถูกคู่ต่อสู้บลัฟฟ์เมื่อรอบที่แล้ว เมื่อเหตุการร์คล้ายๆเดิมกลับมาอีกครั้งคุณจะรู้สึกหงุดหงิดและมีเกณฑ์จะเล่นต่อโดยไม่ fold tilt มีหลายแบบ                 Tilt มีอยู่หลายหลากรูปแบบ ผู้เล่นบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ tilt คือการที่ผู้เล่นคนนึงจะ all-in ในรอบต่อไปด้วยไพ่อะไรก็ได้ หลังจากที่เจอ bad beat มา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้คุณอาจจะพบเจอบ้างเวลาที่เล่น แต่จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ มีอาการ tilt แบบอื่นๆด้วยเช่นกัน                 ทุกๆครั้งที่คุณพยายามมองหาโอกาสที่จะลงเดิมพันกับคู่ต่อสู้คนนึงที่เอาชนะคุณด้วยกลยุทธ์หรือจากโชคลางก็แล้วแต่ในรอบก่อนๆ เพราะอยากจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นแพ้เหมือนที่คุณโดน หรือพยายามเอาเงินเดิมพันคืนจากผู้เล่นคนนั้น ลักษณะแบบนี้ก็เรียกว่า tilt เช่นกัน เพราะปกติแล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องเสี่ยงลงเดิมพันเพื่อเอาชนะใครเป็นพิเศษ หรือเสี่ยงที่จะเอาไพ่ที่ไม่ดีเข้าไปเล่นใน pot นั้นๆเลย แต่มีบางอย่างที่มากระตุ้นให้คุณทำ ข้อผิดพลาดทั่วไปตอน tilt                 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากๆตอน tilt คือ...

X