ในตอนท้ายของบทความ “Poker Tells 5 อย่างที่ควรสังเกต” เราบอกว่าผู้เล่นใหม่ไม่ต้องใส่ใจกับการมองหา Tells มากเกินไป มันจะดีกว่าถ้าโฟกัสที่รูปแบบการ Bet มากกว่าสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพูดหรือทำ รูปแบบการ Bet นี้เราหมายถึงเมื่อไหร่ที่ผู้เล่นมีแนวโน้มที่จะ Bet และพวกเขาจะ Bet เท่าไหร่ ให้จับตาดูทั้ง 2 อย่างนี้ให้ดี และให้จำรูปแบบที่แสดงออกมา มันสามารถช่วยคุณได้ดีเวลาที่พยายามจำกัดมือที่เป็นไปได้ที่ผู้เล่นคนนั้นอาจจะมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Live Poker ที่ผู้เล่นมักจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของมือเป็นจำนวนมากผ่านทางขนาดที่พวกเขา Bet เราอธิบายขนาดในการ Bet ได้อย่างไร ข้างล่างนี้เราจะได้รับความแตกต่างและตัวแปรบางอย่างที่สำคัญและส่งผลกับขนาดในการ Bet แต่ก่อนอื่นเราจะมาพูดคร่าวๆเกี่ยวกับขนาดในการ Bet หรืออย่างน้อยก็ปกติแล้วหัวข้อนี้เราพูดกันอย่างไร เมื่อพูดถึงการ Bet Preflop เรานิยมพูดขนาดในการ Bet เป็นขนาดของ Big Blind ตัวอย่างเช่น ใน $1/$2 Cash Game (BB=$2) มีผู้เล่น Raise เป็น $8 สิ่งที่เห็นตรงนี้คือขนาดในการ Raise คือ 4 BB การ...

ผู้เล่นใหม่ใน No-Limit Hold’em บางครั้งก็ให้ความสำคัญกับ “Tells” ใน Poker มากเกินไป Tells ที่เราหมายถึงนั้นคือ Action ทั้งท่าทางและน้ำเสียงที่ผู้เล่นทำขณะอยู่บนโต๊ะ ที่อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของมือของพวกเขา ใน Live Game โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Lower Limit มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเห็นผู้เล่นปล่อยข้อมูลผ่าน Tells โดยไม่รู้ตัว ผู้เล่นยังจงใจแสดงหรือพูดเพื่อหลอกล่อฝ่ายตรงข้ามได้ ด้วยการให้ข้อมูลกับคนอื่นที่สามารถมองเห็นมัน อย่างไรก็ตาม จะดีกว่าสำหรับผู้เล่นใหม่ ถ้าไม่กังวลมากเกินไปในการหา “Tells” ของผู้เล่นคนอื่น แต่ให้โฟกัสคนอื่นในด้านของกลยุทธ์ที่ใช้ขณะที่พยายามจะกลบเกลื่อน Tells ของพวกเขา ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเราพูดถึงหัวข้อนี้ แทนที่จะมองหามันจากคนอื่น คุณควรจะมองที่ตัวเองก่อนว่าคุณเคยให้คนอื่นเห็น Tells เหล่านี้หรือเปล่า แล้วหลังจากที่คุณรู้สึกอุ่นใจที่ไม่ได้ให้คนอื่นเห็น คุณอาจจะเริ่มมองหามันจากคนอื่น 1. สบสายตาหรือหลบสายตา โดยทั่วไปแล้ว ผู้เล่นคนที่สบสายตาคุณในระหว่างที่เล่นจะบอกถึงความแข็งแกร่ง การมีมือใหญ่มักจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกผ่อนคลาย และเมื่อพวกเขาผ่อนคลายมากขึ้นก็จะชอบสบสายตามากกว่าหลบ ผู้เล่นที่มีมืออ่อนหรือกำลัง Bluff จะรู้สึกสบายน้อยลงในสถานการณ์นี้ และไม่พร้อมที่จะมองที่คุณตรงๆ ในทางกลับกัน ผู้เล่นที่ไม่มองตาคุณหรือจงใจหลบสายตาที่มักจะแสดงถึงความอ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขา Bet เพื่อ Bluff ผู้เล่นจะหลบสายตาเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของฝ่ายตรงข้าม เหมือนกับ Tells อื่น...

ถ้าคุณเคยดูรายการโป๊กเกอร์ คุณอาจจะพบว่าส่วนมากแล้ว No-Limit Hold’em มักจะสู้กัน Heads-Up หลังเปิด Flop ผู้เล่นคนนึง Raise อีกคน Call แล้วก็มีพวกเขาแค่ 2 คน สู้กันใน Pot หลังจากนั้น มันเหมือนกัน ถ้าคุณอยู่ใน Online Game ที่มีผู้เล่นที่ดี เช่นพวก Big Weekly Tournament และ Sunday Major ที่มักจะเหลือผู้เล่น 2 คนเมื่อเปิด Flop ไม่เหมือนกับในกรณีของ Home Game และ Lower-Limit Live Game ในสถานการณ์ Heads-Up มันเพียงพอที่จะบอกว่ามีผู้เล่น 1 คนอยู่ “In Position” ตอน Postflop ที่จะได้เป็นคน Action คนสุดท้ายในทุกๆรอบ ในขณะที่คนอื่นจะอยู่ “Out of Position” และจะต้อง Action ก่อน...

ในบทความนี้ เราจะเริ่มด้วยการคำนวณอัตราการชนะทั้ง Cash Game และ Tournament ของคุณ ว่าทำอย่างไร แล้วเราจะมาพิจารณาว่าคุณจะใช้ข้อมูลนั้นช่วยในการพัฒนาเกมของคุณได้อย่างไร รวมไปถึงพูดเกี่ยวกับทั้งข้อดีและข้อผิดพลาดที่สามารถเมื่อคุณรู้อัตราการชนะของคุณ และสุดท้ายเราจะจบด้วยประโยคคำถามที่ทุกคนดูเหมือนจะถามหาในหัวข้อนี้ นั่นคือ “อัตราการชนะที่ดีคือเท่าไหร่” การคำนวณอัตราการชนะของคุณใน Cash Game ถ้าคุณเป็นผู้เล่น No-Limit Hold’em Cash Game คุณสามารถที่จะคำนวณอัตราการชนะของคุณได้ 1 จาก 2 ทาง นั่นคือ ต่อชั่วโมง หรือ ต่อ 100 มือ ซึ่งแต่ละวิธีคุณยังมีตัวเลือกในการคำนวณอัตราการชนะของคุณเป็นจำนวนเงินที่ชนะหรือเป็นจำนวน Big Blind ที่ชนะ ผู้เล่น Live นิยมคำนวณอัตราการชนะเป็นต่อชั่วโมง เพราะมันน่ารำคาญที่จะนับจำนวนมือที่เล่นขณะที่พวกเขาเล่นอยู่ที่โต๊ะ ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นที่เล่น 6 ชั่วโมง แล้วได้กำไร $120 จะได้อัตราชนะอยู่ที่ $20/ชั่วโมง สำหรับวันนั้น ผู้เล่น Online สามารถติดตามจำนวนมือที่พวกเขาเล่นได้อย่างง่ายดาย หลายเว็บไซต์มีผลรวมจำนวนมือที่เล่น โปรแกรมวิเคราะห์ Poker Online พวก Hold’em Manager และ...

ในเกม No-Limit Hold’em คำว่า “Slow Play” นั้น ไม่ได้หมายถึงผู้เล่นที่ตัดสินใจนาน และเล่นช้าจนเกินไป แต่มันหมายถึงผู้เล่นที่เล่นมือใหญ่ให้ดูอ่อนแอ เพื่อที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามยังคงอยู่และลงชิปเข้ามาที่ Pot มากขึ้นให้ผู้เล่นที่คาดว่าจะชนะ ถ้าคุณคิดถึงมันให้ดีแล้ว การเล่น Slow Play นั้นเป็นการเล่นที่ไม่ตรงไปตรงมาเช่นเดียวกับ Chack-Raise หรือ Bluff คุณมีมือใหญ่ แต่คุณเลือกที่จะไม่แสดงความแข็งแกร่งออกมา และแค่ Check หรือ Call แทนที่จะ Bet หรือ Raise การเล่น Slow Play นั้นเป็นการเล่นที่แยบยลมาก ถ้าเล่นออกมาได้อย่างฉลาดสามารถทำให้คุณชนะใน Pot ที่ใหญ่กว่าการเล่นมือใหญ่เร็วไปด้วยการ Bet และ Raise ข้างล่างนี้เป็น 2 หัวข้อที่ควรและไม่ควรทำขณะเล่น Slow Play โดยจะโฟกัสที่การเล่น Slow Play หลังจากเปิด Flop แล้ว ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะสามารถ Slow Play ได้ก่อนที่จะเปิด Flop เหมือนกัน เช่น คนที่ได้คู่...

จริงอยู่ที่ผู้เล่น No-Limit Hold’em ส่วนนึงไม่เคย Bluff เพราะว่าพวกเขากลัวที่จะถูกจับได้ หรือมีบางส่วนในใจของพวกเขาป้องกันไม่ให้พวกเขา Bet โดยไม่มีมือที่ดี เลยมีผู้เล่นส่วนน้อยที่ไม่เคยคิดที่จะ Bluff เลย อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นส่วนมากของ No-Limit Hold’em เคย Bluff ผู้เล่นเกือบทุกคนเข้าใจว่าการที่จะชนะใน No-Limit Hold’em คุณไม่สามารถรอแต่มือที่ดีและหวังจะได้กำไรเมื่อพวกมันมา การ Bluff ช่วยให้คุณชนะมือนั้นได้โดยไม่ต้องมีมือที่ดีที่สุด การ Bluff ยังช่วยให้คุณสร้างภาพลักษณ์ที่เพิ่มโอกาสที่คุณจะถูก Call เวลามีมือที่ดีที่สุดได้อีกด้วย นั่นหมายความว่าการค้นพบเวลาอีกฝ่าย Bluff และ Call ได้ถูกต้อง ก็จะเป็นทักษะที่น่าพอใจของผู้เล่น No-Limit Hold’em ด้วยเช่นกัน ในความเป็นจริงแล้วศิลปะในการจับ Bluff อาจจะเป็น 1 ในบทเรียนที่ท้าทายที่สุดที่จะเรียนรู้ โดยเฉพาะกับผู้เล่นใหม่ ตัวอย่างการ Bluff เมื่อมองจากทั้ง 2 ด้าน การจะเรียนรู้ว่า Bluff ที่ดีเป็นอย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ผู้เล่นก็ยังคงฝึก Bluff ในช่วงแรกของการพัฒนา Poker ของพวกเขา ซึ่งบางครั้งก็ไม่จำเป็น การพบว่าตัวคุณถลำลึกในสถานการณ์...

นี่เป็น 1 ในตัวอย่างแรกที่สำคัญที่สุดของคณิตศาสตร์ใน Poker ที่ผู้เล่น No-Limit Hold’em ต้องเรียนรู้ที่จะคำนวณ Pot Odds ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อผู้คนพูดถึงคณิตศาสตร์ใน Poker เกือบทุกครั้งจะเกี่ยวกับ Pot Odds และการเข้าใจมันจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะ Bet, Raise, Call หรือ Fold พูดอย่างง่าย Pot Odds แสดงถึงอัตราส่วนระหว่างสิ่งที่คุณจะได้ในมือของ Poker กับสิ่งที่คุณต้องจ่ายไปเพื่อที่จะได้มันมา นั่นคืออัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงของคุณเมื่อทำการตัดสินใจทุกครั้งในขณะที่ยังเล่นอยู่ การคำนวณ Pot Odds ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินใน Pot อยู่ $80 และฝ่ายตรงข้าม Bet มา $20 นั่นทำให้มีทั้งหมด $100 อยู่ตรงกลาง $100 นั้นคือผลตอบแทนที่คุณสามารถได้รับถ้าคุณยอมที่จะเสี่ยง $20 เพื่อ Call Pot Odds แสดงได้อยู่ในรูปของอัตราส่วน (ผลตอบแทน – ความเสี่ยง) ในกรณีคุณเสี่ยง $20 เพื่อชนะ $100 ได้ว่า...

Set Mining หมายถึงการที่เราเล่นไพ่คู่ที่ไม่ใหญ่แบบ Passive ตอน Preflop เพื่อหวังว่าจะติด Set ตอนเปิด Flop เราพูดถึงไพ่คู่ขนาดเล็ก (22-66) และคู่ขนาดกลาง (77-JJ) เป็นส่วนใหญ่ ไม่รวมถึงคู่ Queen, King หรือ Ace และเล่นแบบ Passive เหมือนกับตอนเราเล่น Suited Connectors ด้วยการพยายามจะติด Set ด้วยไพ่คู่เหล่านั้น ก็เหมือนกับเสี่ยงน้อยเพื่อได้เยอะ การติด Set ที่ Flop หรือ Turn ด้วยไพ่คู่สามารถเป็นมือที่ทรงพลังอย่างยิ่งที่มีได้ใน No-Limit Hold’em เพราะว่ามือเหล่านั้นเหมือนซ่อนอยู่ และฝ่ายตรงข้ามยากที่จะสงสัยว่าคุณมีมือใหญ่ สมมติว่าคุณได้ 4♣4♥ ที่ Big Blind มีผู้เล่น Raise มาจาก Middle Position ผู้เล่นที่ Button Call และคุณ Call ไปเช่นกัน คุณ 3 คนเห็น Flop...

ผู้เล่นหลายคนที่เพิ่งจะเริ่มเล่น No-Limit Hold’em รู้แล้วว่าคุ้มค่าที่จะเลือก Starting Hand โดยส่วนใหญ่เป็น Pocket Pairs ไพ่ Ace ใหญ่ๆที่สีเหมือนกัน หรือบางทีก็เป็น King-Queen ด้วยการจำกัด Starting Hand เอาไว้ จะทำให้คุณมีโอกาสมากขึ้นที่จะมีมือที่ดีกว่าตอน Showdown คุณยังลดจำนวนการตัดสินใจที่ยากที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นได้อีกด้วย (ถึงแม้ว่าคุณจะตัดมันออกทั้งหมดไม่ได้) ในที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถจำกัดให้เล่นแค่ Starting Hand ที่ดีที่สุดได้ เหตุผลข้อนึงก็คือมือเหล่านั้นมันไม่ได้มาบ่อยนัก ใน Tournament ถ้าคุณยัง Fold ต่อไปเรื่อยๆ Blind และ Ante จะเริ่มกิน Stack ของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นการเล่นแค่ไพ่เริ่มต้นสูงๆ ทำให้คุณเป็นคนถูกอ่านได้ง่ายมาก หมายความว่าเมื่อคุณได้คู่ Ace หรือคู่ King ทุกคนจะ Fold ให้คุณหมด เมื่อคุณ Raise ทำให้คุณได้แค่ Pot เล็กๆ วิธีนึงที่เพิ่มจำนวนไพ่เริ่มต้นของคุณ คือการนำเอา Suited Connectors เข้าไปในมือที่คุณจะเอาไปดู Flop เช่น...

วันนี้เราจะสอนเกี่ยวกับการ Check-Raise ซึ่งเป็นการเล่น Postflop ที่สำคัญสำหรับผู้เล่น Cash Game และ Tournament ทำความรู้จักกับ Check-Raise การ Check-Raise เป็นการเล่น 2 จังหวะที่ทำขึ้นหลังเปิด Flop นั่นคือ ผู้เล่น A Check ผู้เล่น B Bet แล้วผู้เล่น A ค่อย Raise โดยสำหรับผู้เล่นใหม่ การ Check-Raise อาจเป็น 1 ในตัวอย่างของการคิดล่วงหน้า เนื่องจากการ Check นี้ทำขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะ Raise หลังอีกฝ่าย Bet โดยความหมายของมันแล้ว คุณ Check-Raise เมื่อคุณ Out of Position เมื่อเทียบกับฝ่ายตรงข้าม 1 คนหรือมากกว่า นั่นพูดได้ว่า คุณ Check ในตอนแรก รอให้ผู้เล่นที่ตำแหน่งดีกว่า Bet แล้วค่อย Check-Raise ซึ่งประโยชน์ของการ Check-Raise...

X