ถึงยังไงคุณก็ต้องมีวันที่ตัดสินใจได้ไม่ดีนักอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะคุณไม่ได้เป็นผู้เล่นเพียงแค่คนเดียวที่เป็นแบบนี้ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ทุกๆคนก็เป็น การตัดสินใจที่ไม่ดีเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การรู้ว่าทำไมคุณถึงตัดสินใจได้ไม่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง แทนที่จะยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นส่วนนึงของเกม เช่นการสูญเสียหรือความแปรปรวนต่างๆในเกม พวกเขากลับพยายามเอาชนะตัวเองและทำให้การเล่นของตัวเองแย่ลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเมื่อเกิดขึ้นผู้เล่นเหล่านั้นก็มักจะรู้สึกไม่พอใจตามมาด้วย เมื่อคุณให้ความสำคัญไปกับการทำข้อผิดพลาดมากกว่าการทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการสร้างข้อผิดพลาดให้สูงมากยิ่งขึ้น ยิ่งคุณไม่เข้าใจสาเหตุมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสร้างข้อผิดพลาดมากเท่านั้น การรู้และจดจำสาเหตุของข้อผิดพลาดได้นั้น จะทำให้คุณมีแนวทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รู้ว่าควรจะแก้ไขยังไง ตรงไหนถึงจะทำให้เกมดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นที่สับสนและเกรี้ยวกราดด้วยวิธีการเล่นและผิดพลาดด้วยตนเอง ความผิดปกติทางจิตใจ กับ ข้อผิดพลาดของกลยุทธ์                 ความผิดพลาดของคุณอาจจะเกิดจากสาเหตุหลักๆสองอย่างคือ เลือกใช้เทคนิคที่ผิดหรือมีเรื่องจิตใจของคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาจจะดูเหมือนง่ายที่จะจำแนกออกว่ามาว่าการทำข้อผิดพลาดอันนั้นมาจากสาเหตุไหน แต่ผู้เล่นจำนวนมากมักจะไม่รู้ตัวว่าจิตใจของคุณกำลังสร้างข้อผิดพลาดอยู่ ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นที่ passive มากๆ มักจะหมอบง่ายๆไม่ว่าไพ่ในมืออาจจะมีค่าพอที่จะ raise แต่เพราะความกลัวความเสี่ยงที่จะสูญเสีย ทำให้เขาตัดสินใจแบบนั้น หรือในทางตรงกันข้าม ผู้เล่น loose มากๆ ที่ raise re-raise บ่อยๆ ด้วยไพ่ที่สมควรแก่การ call อย่างเดียว ก็อาจจะเกิดจากความรู้สึกเซง เบื่อ เวลาที่ถูกเอาชนะ ผู้เล่นกลุ่มนี้จึงพยายามหาแอคชั่นอื่นๆมาเล่นให้มากขึ้น                 วิธีง่ายๆที่จะรู้ได้ว่าความผิดพลาดที่เราสร้างขึ้นมานั่น เกิดจากจิตใจหรือกลยุทธ์กันแน่ คือ – ข้อผิดพลาดที่เห็นได้ชัดเจนมาก ความผิดพลาดอันนี้เป็นข้อผิดพลาดพื้นฐานมาก พบเจอได้บ่อย เวลาที่คุณตัดสินใจแปลกไปจากปกติและคุณรู้สึกทันทีหลังจากที่ hand นั้นผ่านไป...

ในบทความที่แล้วเราพูดถึงการโฟกัสเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจกันไปแล้ว แต่ถ้าในหัวของคุณไม่มีที่ว่างพอสำหรับจัดเก็บมันล่ะ ? เคยมั้ย ? ที่เรียนรู้อะไรมากๆ หรือเล่นอะไรนานๆจนสิ่งที่พยายามเรียนรู้นั้นไม่เข้าหัวเลยซักนิด ตื่อไปหมด ไม่ใช่แค่สมองเท่านั้นที่ทำงานหนัก มันยังทำให้คุณไม่มีสติและสมาธิมากพออีกด้วย อาจจะทำให้คุณพลาดข้อมูลสำคัญบางอย่างและยังรู้สึกเหนื่อยล้าต่อจิตใจเสียด้วย สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องพักและเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นในหัวออกไปเพื่อทำให้คุณสามารถกลับมาคิดและตัดสินใจได้ชัดเจนเหมือนเดิม การมีข้อมูลในหัวมากเกินไปไม่ได้สร้างปัญหาให้คุณมากนักถ้าเทียบกับปัจจัยอื่นๆ มันจะไปมีผลกับการทำบางสิ่งผิดพลาด ทำให้นอนหลับยากขึ้น และอาจทำให้เราไม่สามารถเล่นเกมให้อยู่ในโซนของตัวเองได้ สร้างข้อผิดพลาด                 ถ้าหัวของคุณมีข้อมูลมากอยู่แล้ว ขณะที่เล่นอยู่ก็ยากที่จะเอาข้อมูลใหม่ๆใส่เพิ่มเข้าไป อีกทั้งยังยากต่อการตัดสินใจด้วยเพราะไม่รู้ว่าข้อมูลไหนจะสามารถเอาออกมาใช้ได้ดี เหมือนเวลาเราหาของอย่างนึงบนโต๊ะรกๆ กว่าจะหาเจอก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร เมื่อคุณทิ้งโอกาสตรงนั้นไป คุณกำลังสร้างข้อผิดพลาดอยู่ การเล่นของคุณอาจจะตกจาก A game ไปสู่ B game เมื่อเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร สมองของเราก็จะเริ่มพยายามหาหนทางฟื้นฟูมันและไปจบที่การพักครู่นึงก่อน แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะพักด้วยการเล่นโทรศัพท์ ดูfacebook เล่น social media หรือทำอย่างอื่นแทน และถ้าจำกันได้การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่มารบกวนสมาธิของคุณนั้นเอง แทนที่จะดีขึ้นกลับทำให้เกมของคุณแย่ลงไปอีก หลับยาก                 หลังจากที่เล่นมายาวนานทั้งวันคุณก็จะรู้สึกเหนื่อยอยากจะกลับไปนอนเต็มแก่ แต่เมื่อหัวถึงหมอนภาพการเล่นต่างๆของวันนี้ จังหวะการเล่น กลยุทธ์ต่างๆที่ใช้ย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน อาจจะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการนอนหลับหรืออาจจะทำให้คุณรู้สึกตื่น แล้วขึ้นมาดูโทรทัศน์ ท่องอินเตอร์เนตแทน และถึงแม้ว่าคุณจะนอนหลับ คุณก็อาจจะถูกภาพต่างๆตามหลอกหลอนก่อนที่จะหลับสนิทอยู่ดี                 สมองมีกลไลการย่อยข้อมูลที่คุณได้จากสิ่งต่างๆและแปลงไปเป็นความรู้ติดอยู่ในนั้น เหมือนระบบย่อยอาหารที่จะเปลี่ยนอาหารที่เรากินเข้าไป ให้เป็นสารอาหารต่างๆเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย การที่เราคิดถึงภาพเหตุการณ์หรือสถานการณ์ก็เป็นระบบย่อยความรู้ของสมองคุณอย่างนึง                 ผู้เล่นบางส่วนกังขากับแนวคิดนี้ และการพิสูจน์นั้นง่ายมาก...

ผู้เล่นหลายคนจะรู้สึกดูถูก ดูแคลนกับการเล่นโป๊กเกอร์ในขณะที่เมาอยู่ หลายๆคนก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี และนี่เป็นตัวอย่างนึงของการเล่นที่ไม่มีสติและสมาธิอย่างสมบูรณ์แบบ ปกติแล้วสมาธิในการเล่นโป๊กเกอร์นั่นถูกรบกวนได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นออนไลน์ คุณจะถูกรบกวนจากหน้าต่างการสนทนา โทรศัพท์เข้า เว็บไซต์ต่างๆ วีดีโอ อีเมลล์ เกม โซเชี่ยวมีเดียต่างๆที่เด้งเข้ามา แต่สิ่งที่มีผลรบกวนมากที่สุดคือ คุณไม่รู้ว่าคุณเสียเงินไปมากเท่าไหร่แล้วในการเล่นโป๊กเกอร์โดยที่มีสิ่งรบกวนพวกนี้อยู่ มีงานวิจัยหลายงานวิจัยมากที่ศึกษาผลกระทบทางลบของสิ่งต่างๆที่มีผลต่อชีวิตของเรา สิ่งที่น่าสนใจคือผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ พบว่า 23% ของคนที่ใช้โทรศัทพ์มักจะประสบอุบุติเหตุ ตัวเลขนี้สูงพอๆกับการดื่มเบียร์ 4 แก้วก่อนขับรถเลยทีเดียว จึงสรุปได้ว่าสิ่งต่างๆที่มารบกวนนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับโป๊กเกอร์อย่างจริงจัง แต่คุณก็สามารถคาดเดาได้ว่าจะส่งผลรุนแรงเช่นเดียวกัน คุณอาจจะเชื่อว่าการดูวีดีโอโป๊กเกอร์ในขณะเล่นสามารถช่วยคุณได้ ไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่มารบกวนอะไร เหมือนๆกับคนที่ขับรถประสบอุบัติเหตุนั้นแหละ พวกเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการคุยโทรศัพท์จะทำให้เขาเป็นแบบนี้ เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับคุณ เมื่อนั้นคุณก็จะรู้สึกตัวและต้องยอมรับการสูญเสียนั้นไปโดยไม่ได้ตั้งตัว รูปแบบของการรบกวน                 – หลงลืม hand ตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไปถึงมาอยู่ตรงนี้หรือว่าแอคชั่นก่อนหน้านี้คืออะไร                 – ไม่สามารถสังเกตุข้อมูลสำคัญๆจากคู่ต่อสู้ได้                 – ให้ความสำคัญกับข้อมูลเล็กๆน้อยๆมากเกินไป                 – ย้อนกลับไปดู hand ก่อนหน้านี้ในขณะที่เล่นอยู่เพราะจำไม่ได้                 – สับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมรอบที่แล้วคุณแพ้หรือชนะ                 – ดู hand ตัวเองผิดไป                ...

ความขี้เกียจเป็นข้ออ้างที่ทำให้คุณไม่มีแรงจูงใจ และคุณมักจะคิดว่า “ก็ฉันเป็นแบบนี้เนี่ยแหละ” จึงไม่มีอะไรมาทำให้มันดีขึ้นได้ แต่จริงๆแล้วความขี้เกียจไม่ใช่ลักษณะนิสัยนะ เพราะคุณยังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ ว่าอะไรง่าย อะไรทำแล้วจะสบายมากขึ้น แทนที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น เป้าหมายเป็นเครื่องมือวัดความขี้เกียจอย่างนึง ถ้าเป้าหมายในการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณนั่นสำเร็จได้ง่าย คุณอาจจะบรรลุเป้าหมายด้วยการนั่งดูโทรทัศน์แทนการศึกษาหรือลองเล่น อันนี้ไม่ได้เรียกว่าขี้เกียจ อันนี้คุณแค่สนุกกับการใช้ชีวิตง่ายๆแบบนั้นและอย่างน้อยคุณก็บรรลุเป้าหมายของตัวคุณเอง บ่อยครั้งที่ผู้เล่นได้รับแรงจูงใจมาจากการดูผู้เล่นเก่งๆเล่น เห็นการเดิมพันที่ยอดเยี่ยม หรืออะไรก็ตามแต่ แต่แรงจูงใจเหล่านี้จะค่อยๆหายไปและวนลูปกลับไปที่เดิม กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราขี้เกียจน้อยลงและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ก็คือ การหาว่าทำไมเราถึงขี้เกียจ เพื่อช่วยให้คุณหาสาเหตุเหล่านั้นได้ เรามีสาเหตุบางข้อที่ผู้เล่นมักนึกไม่ถึงมาฝากกัน อย่างเช่น ขี้เกียจที่จะหาวิธีการจัดการอารมณ์ของตนเอง ก็เลยเลือกที่จะไม่เล่นแทน จะได้ไม่ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แค่นี้ก็หลีกเลี่ยงการ tilt ได้แล้ว การหลีกเลี่ยงลักษณะนี้อาจจะดูเหมือนความขี้เกียจ แต่ถ้าคุณดูให้ชัดแล้วจะพบว่ามันแตกต่างกัน ขั้นแรกที่จะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้คือ คุณลิสทุกๆอย่างที่คุณทำแล้วคิดว่ามันคือความขี้เกียจลงในสมุดก่อน จดบันทึกเอาไว้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่แล้วทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านั้นในมือแล้ว ลองดูแต่ละลิสแล้วถามตัวเองอีกครั้ง ทำไมมันถึงสมเหตุสมผลที่จะเกิดความรู้สึกแบบนี้ ? เป้าหมายขัดแย้งกัน                 ความขี้เกียจเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างมาจูงใจคุณมากกว่าเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณเล่นเกมอื่นๆแทนการเล่นโป๊กเกอร์ แสดงว่าเกมนั้นมีผลกับคุณมากกว่า จูงใจคุณมากกว่าการเล่นโป๊กเกอร์ แล้วทำไมการเล่นโป๊กเกอร์ถึงไม่จูงใจให้คุณอยากเล่นแล้วล่ะ? คุณอาจจะเคยรู้สึกรักมันมากๆ เคยใช้เวลามากมายในการเล่นหลายชั่วโมงและเรียนรู้มัน ซึ่งเป็นความรู้สึกตรงข้ามตอนนี้เลย อาจจะเพราะว่าครั้งหนึ่งการเล่นโป๊กเกอร์ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เคยเป็นสิ่งที่มาจูงใจคุณได้มากกว่าการเรียน หรือการทำงานในอดีต แต่ในปัจจุบันคุณรู้สึกว่าการเล่นโป๊กเกอร์เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำ กลายเป็นงานที่เคยไม่ชอบมาก่อน ทำให้แรงจูงใจต่อการเล่นมันลดต่ำลง                 คุณอาจจะประสบความสำเร็จจากการเล่นโป๊กเกอร์มามากพอแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป เกมจะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บางครั้งการศึกษาอาจจะทำให้เกิดความสับสนแต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้คุณอยากก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้                ...

ไม่มีใครอยากจะเล่นโป๊กเกอร์แล้วเสียหรอก แต่คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน มีทักษะสูงมากเพียงใด แต่คุณก็จะพบว่าบางทีคุณก็เล่นเสียเช่นเดียวกัน การกลัวความสูญเสียไม่ได้เป็นลักษณะผู้เล่นที่ดีสำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ ในขณะที่ผู้เล่นที่มีลักษณะชอบการแข่งขันมักจะจัดการและรับมือกับความสูญเสียได้ดี การแพ้หรือการสูญเสียเป็นเรื่องปกติในการเล่นโป๊กเกอร์ แต่ก็มีผู้เล่นหลายๆคนที่ประสบปัญหาจากสิ่งเหล่านี้ เพราะพวกเขาคาดหวังเงินรางวัลหรือเงินใน pot มากเกินไป เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับตัวเงินเป็นหลัก เมื่อสูญเสียเงินไปก็จะทำให้พวกเขารู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ความภาคภูมิใจ แรงจูงใจ ความมั่นคง เวลาและอิสรภาพไปพร้อมๆกัน ความสูญเสียในเกมเป็นตัวจุดชนวนมุมมองที่ไม่สมเหตุสมผลให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในใจของเขา และจะส่งผลให้เขาสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะไม่มีวันกลับมาชนะได้อีกเลย ในการเล่นโป๊กเกอร์ ผู้เล่นก็จะมี hand range ที่มีความกว้างแตกต่างกัน ความสามารถในการยอมรับความสูญเสียของผู้เล่นก็แตกต่างกันไปเช่นกัน ผู้เล่นบางคนอาจจะรับได้มาก บางคนอาจจะรับได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและความถี่ที่พวกเขาประสบพบเจอนั่นเอง อย่าให้การสูญเสียมาตีกรอบการเล่นโป๊กเกอร์ของเรา                 – เดินออกจากเกมหลังจากที่ได้กำไรแล้วนิดนึง เพราะกลัวว่านั่งนอนแล้วจะกลายเป็นเสีย                 – เล่นน้อยลง กลัวว่าเล่นมากก็จะยิ่งเสียมาก                 – ละเลยข้อผิดพลาดและสรุปว่าเอาเอง                 – หลีกเลี่ยงเกมที่สามารถทำกำไรได้เพราะเคยเสียในสถานการณ์นี้มาก่อน                 – คิดถึงแต่ความสูญเสียโดยที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเลย                 – ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาทำให้เล่นแย่ขึ้นและเสียมากยิ่งขึ้น                 การที่คุณจะเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องเคยพ่ายแพ้มาก่อน และผู้พ่ายแพ้ที่ดีจะต้องรู้ว่าจุดไหนที่เราเล่นได้ดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ออกมา (เราอาจจะเล่นดีแล้วในวันนั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เราแพ้ โดยที่ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เป็นต้น) เป้าหมายง่ายๆของเรา ก็คือ...

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่อง ระดับพลังงานที่เหมาะสม กันไปแล้ว และเราจะมาอธิบายกันในบทความนี้ว่าจริงๆแล้วมันหมายถึงอะไร คำตอบของเราอาจจะดูอิงวิทยาศาสตร์กันซักหน่อย เพราะเป็นแนวคิดจากงานวิจัยนั่นเอง กราฟด้านล่างนี้ถูกเรียกว่า กฎ Yerkes-Dodson เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพ                 เริ่มจากทางด้านล่างซ้ายจุดที่พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพก็ต่ำ ในจุดนี้จะเป็นช่วงที่เราเหนื่อย เบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไรเลย ส่วนอีกฝั่งของกราฟ ถึงแม้จะมีพลังงานที่สูงและเข้มข้นมาก แต่พลังงานในระดับนี้ก็มากเกินไปและยังส่งผลให้จิตใจของเราทำงานผิดปกติอีกด้วย เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวเข้ามาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจุดที่ดีที่สุดคือช่วงกลางของกราฟ คือจุดที่เราใช้พลังงานอย่างพอเหมาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับพลังงานที่เหมาะสมที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือจุดที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง ค้นหาพลังงานของคุณ                 หากต้องการรู้ว่าจุดพลังงานที่เหมาะสมของตัวคุณเองนั้นอยู่ตรงไหน คุณจะต้องรู้ก่อนว่าชอบตัวเองตอนไหนและปัจจัยอะไรที่ทำให้มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ? คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า เมื่อถึงจุดที่เล่นดีที่สุดของคุณแล้ว พลังงานของคุณในตอนนั้นเป็นยังไง ? สูงต่ำขนาดไหน ตอนนั้นรู้สึกสบาย นิ่งสงบมากแค่ไหน หรือต้องตื่นตัวมากขนาดไหน และให้คิดต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดังตอนนั้น ? กินอิ่มมั้ย นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ได้ไปออกกำลังกายมาก่อน ได้ทบทวนกลยุทธ์ก่อนจะเริ่มเล่น หรือตอนนั้นอารมณ์ดีมาจากไหนหรือเปล่า                 เมื่อคุณมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว ลองนำปัจจัยต่างๆที่ทำให้คุณอยู่ในโซนพลังงานที่เหมาะสมมาจดลงในบันทึกดู และพยายามทำกิจกรรมเหล่านั้นบ่อยๆ เพื่อให้ตัวคุณอยู่ในจุดพลังงานที่นั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็นนักเพียงแต่คุณจะต้องมีวินัยมากพอที่จะทำมันในทุกๆวัน เช่นเดียวกับการที่คุณศึกษากลยุทธ์ต่างๆในการเล่นโป๊กเกอร์ ยิ่งคุณทำมันบ่อยๆ ศึกษามันบ่อยๆ มีวินัยและทำต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ภายในตัวคุณนั่นเอง การเล่นโป๊กเกอร์ด้วยอารมณ์...

                การเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเกมที่ใช้ร่างกายเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมสูงมากๆ เพราะใครๆก็สามารถเป็นผู้เล่นที่ดีได้ ถึงแม้ว่าเราจะยังต้องกินของที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่เหตุผลที่เราทำแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนฟุตบอลที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง จะต้องวิ่งได้เร็ว มีจุดแข็งและข้อกำหนดเยอะแยะมากมายกว่าที่จะได้เข้าไปเล่นในระดับสูงๆ แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่ใช้จิตใจเป็นหลัก เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกหรือพวก eSports ต่างๆเลย                 ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Jared เป็นโค้ชให้กับนักโป๊กเกอร์มามากว่า 500 คน รวมกว่า 45 ประเทศ เขาช่วยผู้เล่นโป๊กเกอร์เหล่านั้นให้พัฒนาทักษะต่างๆของตนเองให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากมายอะไรเลย จุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชของเขามาจากการเล่นกอล์ฟนั่นเอง แม้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการแข่งขันใหญ่ๆมาบ้าง แต่เมื่อการแข่งขันระดับประเทศมาถึง ความกดดันของเขากลับทำมันพังลงไม่เป็นท่า แทนที่เขาจะพยายามและก้าวต่อไปในเส้นทางเดิม เขากลับเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านการปรึกษาและได้รับใบอนุญาตมาแทน สาเหตุที่เขาเลือกเส้นทางนี้ก็เพราะว่าเขาอยากจะแก้ไขจิตใจหรือวิธีการคิดของตัวเองหรือโปรกอล์ฟคนอื่นๆที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ให้ได้ ทำยังไงถึงจะสามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ณ จุดนั้น                 ในปี 2007 Jared ได้รู้จักกับ Dusty ผู้ซึ่งมีความสามารถในการเล่นโป๊กเกอร์ที่ดีมากๆคนนึง แต่มักถูกอารมณ์ในเชิงลบย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย แถมยังพาลทำลายข้าวของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกต่างหาก แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน Dusty สามารถควมคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเองได้ในที่สุด และยังสามารถขยับไปเล่นโป๊กเกอร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่เขา และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ชในเกมโป๊กเกอร์ของ Jared เลยทีเดียว                 ทุกๆคนคงรู้จัก Tiger...

                คำว่า ‘tilt’ (ทิลท) เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการ Poker เพื่อแสดงถึง สภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวนและส่งผลในด้านลบต่อการตัดสินใจ มีปัจจัยหลายๆอย่างในเกมโป๊กเกอร์ที่ทำให้เกิดอาการ tilt อย่างเช่น เวลาเจอ bad beat ก็จะทำให้คุณอารมณ์เสีย โมโห และอยากได้คืน หรือเวลาที่นั่งรอไพ่นานๆ แต่ไม่มีไพ่อะไรที่จะเล่นได้เลย คุณจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและจะเริ่มเล่นไพ่มากขึ้น หรือการที่คุณพบว่าคุณถูกคู่ต่อสู้บลัฟฟ์เมื่อรอบที่แล้ว เมื่อเหตุการร์คล้ายๆเดิมกลับมาอีกครั้งคุณจะรู้สึกหงุดหงิดและมีเกณฑ์จะเล่นต่อโดยไม่ fold tilt มีหลายแบบ                 Tilt มีอยู่หลายหลากรูปแบบ ผู้เล่นบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ tilt คือการที่ผู้เล่นคนนึงจะ all-in ในรอบต่อไปด้วยไพ่อะไรก็ได้ หลังจากที่เจอ bad beat มา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้คุณอาจจะพบเจอบ้างเวลาที่เล่น แต่จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ มีอาการ tilt แบบอื่นๆด้วยเช่นกัน                 ทุกๆครั้งที่คุณพยายามมองหาโอกาสที่จะลงเดิมพันกับคู่ต่อสู้คนนึงที่เอาชนะคุณด้วยกลยุทธ์หรือจากโชคลางก็แล้วแต่ในรอบก่อนๆ เพราะอยากจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นแพ้เหมือนที่คุณโดน หรือพยายามเอาเงินเดิมพันคืนจากผู้เล่นคนนั้น ลักษณะแบบนี้ก็เรียกว่า tilt เช่นกัน เพราะปกติแล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องเสี่ยงลงเดิมพันเพื่อเอาชนะใครเป็นพิเศษ หรือเสี่ยงที่จะเอาไพ่ที่ไม่ดีเข้าไปเล่นใน pot นั้นๆเลย แต่มีบางอย่างที่มากระตุ้นให้คุณทำ ข้อผิดพลาดทั่วไปตอน tilt                 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากๆตอน tilt คือ...

Metagame คืออะไร ?                 Metagame มักถูกเรียกว่าเป็น “เกมซ้อนเกม” เป็นเการตัดสินใจ action ต่างๆด้วยความรู้ด้านอื่นๆ หรือนำตัวแปรภายนอกมาปรับใช้ นอกเหนือจากกลยุทธ์ในเกมโป๊กเกอร์มาทำให้เราได้เปรียบในภายหลัง                 Metagame จะให้ความสำคัญไปกับข้อมูลที่เราจะได้รับเมื่อเราตัดสินใจ action นั้นๆลงไปในเกม ว่าข้อมูลที่เราจะได้รับนั้นมีประโยชน์และสามารถสร้างผลกำไรให้แก่เราได้ โดยไม่ได้คำนึงถึงไพ่ที่ถือ จำนวนชิพ หรือขนาดของการเดิมพันใดๆเลย                 อ่านมาถึงตรงนี้ก็อาจจะยังไม่เข้าใจกันอยู่ดี ว่าสรุปแล้ว ไอ metagame นี่มันคืออะไร แล้วมันมีประโยชน์จริงๆหรือเปล่า หรือมันเป็นแค่คำเรียกลอยๆคำนึงเท่านั้นเอง งั้นเราไปดูตัวอย่างของ metagame กัน                 สมมติว่าเรานั่งอยู่ในโต๊ะมาสักพักนึง นั่งเล่นกับผู้เล่นที่เราไม่ได้รู้จักมากนัก ตอนนี้เราอยู่ในช่วง river ของเกมแล้ว ไพ่ที่เราถืออยู่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เป็นไพ่กลางๆทั่วไป คู่ต่อสู้เพิ่มการเดิมพันเข้ามา ถ้าคำนวณ pot odds อัตราการได้-เสียหรือวิธีการคำนวณใดๆก็ตามตามหลักของโป๊กเกอร์แล้ว เรามั่นใจมากว่ายังไงก็แพ้ ไม่มีทางที่จะชนะได้เลย แล้วเราจะทำยังไงดี? call หรือ fold ?  ตอนนี้แหละที่ metagame จะถูกดึงออกมาใช้                 ลองคิดให้ไกลขึ้นอีกนิดนึง เราจะได้อะไรจากการ call ในรอบนี้...

                tells ในที่นี้เราจะหมายถึงลักษณะ ท่าทาง หรือสิ่งใดๆก็ตามที่สามารถช่วยให้เราเดาคู่ต่อสู้ของเราได้ ซึ่งบางครั้งก็ดูเหมือนจะเชื่อถือได้ แต่ในบางครั้งก็ดูเหมือนจะเชื่อถือไม่ได้เช่นกัน (เอ๊ะ ! แล้วยังไงล่ะ)                 เหมือนในฉากนึงของภาพยนตร์ที่ Teddy KGB ถูก Matt Damon อ่าน tells จากท่าทางการกินโอริโอ้!! แค่ท่าทางการกินเพียงเท่านั้น  Matt Damon ก็สามารถบอกได้แล้วว่า Teddy KGB กำลังถือไพ่อะไรอยู่ แต่ช้าก่อน ความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนถึงขนาดนั้น อาจจะสามารถบอกได้เพียงคร่าวๆเท่านั้น                 ในบทความนี้เราจะมาแชร์ 10 tells ที่ Jan Meinert แนะนำว่ามันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้เล่นมือใหม่มาบอกกัน เริ่มต้นด้วย….. – ดูอ่อนแต่จริงๆแข็งนะ                 นี้เป็น tells ยอดนิยมสำหรับผู้เล่นมือใหม่เลยก็ว่าได้ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ทำเหมือนกับว่าhandของตัวเองนั้นไม่ดี มักจะมีไพ่ที่ดีอยู่ในมือเสมอ ซึ่งอาจจะแสดงออกด้วยการถอนหายใจ ยักไหล่แบบผ่านไปทีหรือแสดงอาการสีหน้าที่ไม่สู้ดีมากนัก อาการเหล่านี้เป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติเมื่อคนเราพยายามที่จะปกปิดบางสิ่งบางอย่างอยู่                 ถ้ามีคนแสดงอาการเหล่านี้แต่ raise เรากลับมา เชื่อเถอะว่าเขากำลังรอคว้าเงินของเราไปอยู่ อย่าไปตกหลุมกับดักของเขาเชียวนะ – หลังตรง หน้าตั้ง                 ระหว่างที่เล่นๆอยู่นั้น...

X