คำศัพท์โป๊กเกอร์

ก่อนจะเป็นนักโป๊กเกอร์มืออาชีพ มาทำความรู้จักคำศัพท์โป๊กเกอร์ต่างๆดูกันก่อน ยิ่งรู้เยอะยิ่งทำให้เราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

จำ คำศัพท์โป๊กเกอร์ ต่างๆได้ก่อน ยิ่งทำให้ดูเท่ขึ้น ดูเป็นนักโป๊กเกอร์มืออาชีพมากขึ้น อยากรู้ว่าโป๊กเกอร์มีคำศัพท์อะไรบ้าง มาดูกันเลย

  • All-in :: การวางเดิมพันแบบหมดหน้าตัก
  • Acting out of turn :: การเล่นก่อนตาที่เราควรจะเล่น
  • Active player :: ผู้เล่นที่ชอบเล่นบ่อยๆ
  • Add-on :: ถ้าให้ Cash game จะหมายถึงขอซื้อชิพเพิ่มก่อนชิพหมด แต่หากหมายถึง ใน tournament จะหมายถึงช่วงเวลาที่เราสามารถขอซื้อชิพเพิ่มได้เพียงครั้งเดียวในtournament
  • Aggressive :: ดุดัน
  • Angle shooting :: วิธีการโกงต่างๆ เช่นเราหลบหรือบังมุมผู้เล่นไม่ให้เห็น Stack เราทั้งหมด
  • Ante :: สิ่งที่เราถูกบังคับให้จ่ายทุกตา ไม่ว่าเราจะเล่นหรือไม่ก็ตาม
  • Backdoor :: การรอไพ่ทั้ง turn และ river เพื่อให้ไพ่ติด flush หรือ straight
  • Bad beat :: จังหวะที่คนที่ถือไพ่ที่ดีกว่าในขณะนั้นแพ้คนที่ถือไพ่รอง อาจจะเพราะติด draw ต่างๆหรือเพราะโชคช่วย
  • Bet :: การที่เราใส่เงินเพิ่มเข้าไปตรงกลาง
  • Bankroll :: เงินที่สำรองไว้ในการเล่น
  • Bankroll management :: การควบคุมหรือบริหารเงินที่เราจะสำรองไว้เล่น
  • Big stack :: ชิพจำนวนมาก
  • BIG Blind (BB) :: เงินเปล่าที่จะวนกันจ่าย ปกติจะมี Small Blind และ Big blind แต่ คนที่จ่าย big blind ต้องจ่ายมากกว่า หาก small blind กับ big blind ไม่เท่ากัน
  • Board :: ไพ่ตรงกลางที่ทุกคนสามารถใช้เพื่อ ผสมกับไพ่ที่ตัวเองถือได้
  • Bubble :: ช่วงเวลาที่ถ้ามีอีกคนตกรอบคนที่เหลือจะได้เงินทั้งหมด มักใช้กับ tournament
  • Burn :: ไพ่ที่ dealer จะทำการ ทิ้งก่อนที่จะเปิดไพ่ใบถัดไป ใช้ในสถานที่ก่อนจะเปิด flop,turn,river
  • Blinds :: ผู้เล่นที่ถูกกำหนดให้วางเดิมพันก่อนเริ่มต้นเกม โดยแบ่งเป็น small blind ผู้เล่นที่นั่งด้านซ้ายมือของคนแจกไพ่ (dealer) ซึ่งต้องวางเงินเดิมพันครึ่งนึง และ big blind ผู้เล่นที่นั่งติดกับตำแหน่ง small blind ซึ่งต้องวางเงินเดิมพันเต็มจำนวนก่อนการแจกไพ่จะเริ่มขึ้น
  • Blind defense :: การป้องกัน blind จากการขโมย
  • Blind steal :: การขโมย blind
  • Bluff :: การเดิมพันใน hand ที่ไม่ได้ดีมาก เพื่อหวังให้คู่ต่อสู้หมอบไพ่ที่ดีกว่า
  • Bluff induce :: การที่มีไพ่ แต่เล่นเหมือนเรากำลังจะ bluff
  • Board :: ไพ่กองกลางที่จะเปิดลงกลางโต๊ะในรอบ flop turn และ river
  • Bottom pair :: การที่มีคู่ที่ต่ำสุดใน board เช่น เราถือ A6 flopเปิดมาเป็น K T 6 คู่6 ถือว่าเป็น bottom pair
  • Bottom set :: การที่มีคู่ที่ต่ำสุดใน board เช่น เราถือ 66 flopเปิดมาเป็น K T 6 คู่6 ถือว่าเป็น bottom set
  • Button :: บางครั้งอาจจะถูกเรียกว่า “ปุ่ม” เป็นสิ่งที่บ่งบอกตำแหน่งการเล่นก่อน-หลังภายในโต๊ะ ผู้เล่นที่มีปุ่มอยู่ด้านหน้าจะเป็นผู้เล่นคนที่ได้รับการตัดสินใจเป็นคนสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ได้เปรียบมากๆ
  • Brick :: ไพ่ที่เปิดมาแล้วไม่ได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนมาก
  • Broadway :: การเรียงตั้งแต่ 10 J Q K A
  • Bubble boy :: ผู้เล่นที่ตกอันดับสุดท้ายก่อนจะถึงเงินรางวัล
  • Bully :: การพยายามข่มผู้อื่น
  • Busted :: การออกจากการแข่งขันหรือเกม
  • Buy-in :: การแลกซื้อเข้า
  • Buy short: :: การแลกซื้อชิพจำนวนน้อยกว่าปกติ ในที่นี้ มักจะหมายถึง จำนวนตำกว่า 100 BB
  • Call :: เป็นการวางเงินเดิมพันให้เท่ากับมูลค่าในขณะนั้นเพื่อเล่นต่อ เช่น ในรอบ pre-flop มีผู้เล่นคนนึงเพิ่มเงินเดิมพัน (raise) มูลค่า 100 บาท การที่เรา call ไปนั้นจึงหมายถึง เราจะวางเงินเดิมพัน 100 บาทเพื่อเล่นในตานั้นด้วย
  • Calling station :: ผู้เล่นที่มักจะ call เป็นส่วนใหญ่ มักจะไม่ raise เพิ่มหรือ fold ไพ่ของตัวเอง
  • Call the clock :: เมื่อผู้เล่นบางท่านคิดนานมากๆ เราสามารถขอให้ Dealer จับเวลานับถอยหลังให้ผู้เล่นท่านนั้นตัดสินใจได้
  • Card protector:: สิ่งของที่เอามาป้องกันการที่ dealer จะรวบไพ่เราไป
  • Cash game :: ประเภทการเล่นที่ผู้เล่นจะลงทุนเท่ากับเงินที่เค้าใช้ในการ buy เลย เช่น buy 4000 ก็ได้ ชิพ 4000 เลย
  • Cashing out :: การขอทำการแลกชิพกลับเป็นเงิน
  • Check :: เป็นการไม่ลงเดิมพันเพิ่ม(raise) โดยเช็คผู้เล่นคนอื่นๆเฉยๆ แต่ในกรณีที่รอบนั้นมีคนวางเดิมพันเพิ่มขึ้นแล้ว(raise) เราจะไม่สามารถ check ได้ แต่จะต้องเลือกระหว่างเดิมพันตาม(call) เพิ่มการเดิมพัน (re-raise)หรือว่าหมอบ(fold)
  • Check-raise :: วิธีการเล่นแบบ check ไพ่ก่อน เพื่อรออีกฝ่าย bet และเราทำการ reraise อีกที
  • Chip :: ชิพที่เราใช้เล่น
  • Chip dumping :: การโอนชิพจากผู้เล่นคนนึงไปสู่ผู้เล่นอีกคนนึง
  • Chip leader ผู้เล่นที่มี จำนวนชิพมากที่สุดในโต้ะ หรือ ใน tournament นั้นๆ
  • Chop การแบ่งให้กับผู้เล่นที่อยุ่ในเกม เท่าๆกัน
  • Community cards :: ไพ่กองกลางที่เปิดบนโต๊ะทั้ง 5 ใบ
  • Connector :: เป็นไพ่เริ่มเล่นที่อยู่ติดกัน เช่น KQ 76 J10
  • COLD CALL :: การCallไปโดยที่ มี คนRaise ก่อน และมีผู้เล่นก่อนหน้าทำการ call มาด้วย
  • Coin flip :: การเสี่ยงแบบ 50/50
  • Collusion :: การฮั้ว หรือ สมรุ้ร่วมคิดกัน
  • Community card :: ไพ่ที่อยู่ตรงกลางซึ่งผู้เล่นทุกคนสามารถใชได้
  • Complete Hand :: มือที่เราใช้ ไพ่ทั้ง 5 ใบในการสร้างความเก่งของมัน เช่น Straight,Flush,Full house etc.
  • Crack :: การที่เราเอาไพ่กากๆ หรือไม่เก่งมากเข้าไป เพื่อกินไพ่เก่งๆ เช่นในการที่เราถือ 47 vs AA หรือ J3 vs KK
  • Cooler :: สถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะโดน
  • Counterfeit :: การที่ไพ่บนบอรด์ซ้ำกันทำให้เกิดคู่ที่สูงกว่าคู่ของเรา และทำให้ คู่ของเราลดvalue ลงไปและทำให้คู่ต่อสู้ชนะแทนที่จะเป็นเรา เช่น Board เราถือ 44 board คือ 6 6 K 7 และ คู่ต่อสู้ถือ AQ ตอนนี้เรานำเค้าอยู่ แต่ river ออก7 อีกตัวทำให้เค้ามี 2 คู่ และ kicker A ทำให้ชนะไป แทนที่จะเป็นเรา
  • Crying call:: การCall ที่ผู้เล่นคิดว่าตัวเองไม่แน่จะชนะแต่ก็อยากที่จะCall
  • Cut card :: การด์ที่ใช้ในการลองไว้ก้น สำรับเพื่อป้องกันผู้เล่นแอบเห็นไพ่ใต้สำรับ
  • Cutoff :: ตำแหน่งด้านขวาของ button

คำศัพท์โป๊กเกอร์

  • Draw :: การรอไพ่ใบต่อไปเพื่อให้ติด flush เรียกว่า flush draw หรือรอติด straight เรียกว่า straight draw
  • Draw dead :: ใช้กับสถานการณ์ที่เรากำลังรอไพ่ แต่ถ้าติดขึ้นมาก็ไม่ได้ช่วยให้เกมเปลี่ยนอยู่ดี เช่นเรากำลังรอไพ่เพื่อติด flush หรือ straight อยู่แต่คู่ต่อสู้ติด full house ไปแล้ว เป็นต้น
  • Dead hand :: มือที่ไม่อยู้ในการแข่งขันแล้ว
  • Deal twice :: ใน cashgame เราสามารถ deal twice เพื่อเปิดบอร์ด 2 ครั้งได้
  • Dealer :: ผู้แจกไพ่
  • Deep stack :: ชิพที่มีจำนวนมาก
  • Deuce :: ศัพท์แสลงแปลว่า 2
  • Donk bet :: การ bet จากตำแหน่ง early position ที่ผู้เล่นนั้นไม่ได้เป็นคน raise preflop
  • Downswing :: ช่วงเวลาที่เรากำลังเจอกับการติดลบรัวๆ
  • Dry board :: บอรด์ที่ตรงกลางไม่ได้มีอะไรน่ากลัวมากเช่น Kh 7s 2c ไม่มีทั้ง flush draw ไม่มีทั้ง straight draw และยากที่จะติด 2คู่
  • Drawing dead ::การที่ไพ่ของคนนั้นไม่ว่าจะเปิดอะไรออกมาก็ไม่สามารถทำให้ชนะฝ่ายตรงข้ามแล้ว
  • Early position :: ผู้เล่นจากตำแหน่งแรกๆ เช่น UTG,UTG+1 หรือบางทีรวมถึง SB และ BB ด้วย
  • Expectation, expected value, EV :: คำความคาดหวังในอนาคตเมื่อมีจำนวนของสิ่งต่างๆในจำนวนมากๆ
  • Family pot :: พอทตรงกลางที่มีผู้เล่นทุกคนเข้ามาร่วมอยุ่ในพอท
  • Final table :: โต้ะสุดท้ายของการแข่งขัน tournament
  • Fish :: ใช้เรียกแทนผู้เล่นที่เล่นพลาดเยอะ เสียง่าย
  • Flush :: ไพ่ที่มีหน้าไพ่ลายเดียวกัน 5 ใบ
  • Four of a kind :: ไพ่ที่มีเลขเหมือนกัน 4 ใบ (KKKK9 , 66668)
  • Fold equity :: จำนวนตรงเงินตรงที่กลางที่เราคาดหวังจะได้ เมื่อไหร่วางแผนว่าจะทำการ bet ไปเพื่อให้คนอื่นหมอบ
  • Full house :: ไพ่ที่เหมือนกัน 3 ใบรวมกับไพ่ที่เหมือนกันอีก 2 ใบ (AAAKK , 88899)
  • Flop :: การเดิมพันรอบที่ 2 ซึ่งในรอบนี้คนแจกไพ่ (dealer) จะเปิดไพ่ 3 ใบลงบนโต๊ะ
  • Fold :: การหมอบไพ่ทิ้ง เพราะตัดสินใจว่าจะไม่เล่นหรือไพ่อาจจะดีไม่พอกับมูลค่าการเดิมพัน
  • Free card :: ไพ่ฟรีที่เราได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
  • Freeze out :: ประเภทของtournament ที่ไม่มีการซื้อเพิ่ม (rebuy) เล่นจนเหลือคนสุดท้าย
  • Full ring :: การเล่นกันแบบเต็มโต้ะ เช่น cashgame อาจจะมีผุ้เล่น 9 หรือ 10 คนแล้วแต่คาสิโนที่จัด
  • Grinde ::r ผู้เล่นท่กำลังไต่เต้ามาเป็น pro poker
  • Gutshot :: เป็นการรอไพ่ตรงกลางเพื่อติด straight เช่น เราถือ 9 8 flop ออก 7 5 2 เรากำลังรอ 6 เพื่อติด straight
  • Hand :: ไพ่ 2 ใบที่อยู่บนมือ
  • Hand history :: ข้อมูล hand ที่ได้เล่นไป
  • Head up :: การที่เหลือผู้เล่นอยู่ 2 คน ดวลกันตัวต่อตัว
  • Hero call :: การคอลไปจับบลัฟ ทั้งๆที่ไพ่ของเราไม่ได้เก่งมากนัก
  • Hijack seat :: ตำแหน่งด้านขวาของ cutoff
  • Home game :: การเล่นกันเอง เช่นที่บ้าน ที่คอนโด
  • Implied odds ::การที่เราคิดล่วงหน้าว่า ถ้าเราcall ครั้งนี้และมีไพ่ที่ตกมาช่วยเราให้เก่งกว่าเค้าและเราทำการ bet ในรอบหน้าเพื่อให้เค้าcall เพื่อเราจะได้ value (advance นะครับอันนี้)
  • In position :: ได้เปรียบด้านตำแหน่ง
  • In the money :: คนที่ได้เงินจากการแข่งขัน
  • insurance :: ประกัน (ในเกมปกติเมื่อ All in ไปแล้วจะมี manager หรือ คนที่จะขายประกันว่าถ้าโดยแซงเราจะได้เงินทดแทนตามเงินที่เราจ่ายไป)
  • Isolation :: การ bet หรือ raise ที่กรองคนที่ limp มา
  • Kicker :: ตัวคุมไพ่ เช่น เราถือ AQ คู่ต่อสู้ถือ AK flopออก A 5 3 J 6 คู่ต่อสู้ชนะเพราะมีตัวคุมที่ใหญ่กว่า (K vs Q)
  • Loose Aggressive (LAG) :: ผู้เล่นที่ ไล่ไพ่เยอะและเล่นแต่ละทีหนักๆทั้งนั้น
  • Limp / limper :: ผู้เล่นที่ชอบ call เป็นส่วนใหญ่
  • Limp-reraise :: ผู้เล่นที่ call และรอการ reraise
  • Loose :: ผู้เล่นที่เล่นไพ่เยอะ rangeของไพ่กว้าง
  • Live game :: เกมที่เล่นกันแบบต่อหน้า ไม่ใช่ online poker
  • Made hand :: ไพ่ที่เราไม่จำเป็นต้อง รอไพ่อื่นเพื่อทำให้มันเก่งขึ้น
  • Maniac :: ผู้เล่นที่เดิมพันเยอะ เล่นหนักและบลัฟฟ์บ่อย
  • Marginal hand :: ไพ่กลางๆ
  • Monster :: ไพ่ที่ดีมากๆ
  • Middle set :: การที่เราติด set ตัวกลาง เช่น เราถือ 55 board ออก 3 5 9 เราติด setตรงกลาง
  • Muck :: ไพ่ในเกมที่ไม่ได้ใช้แล้ว
  • Multi-Table Tournament (MTT) :: การเล่นtournament ที่มีผู้เล่นหลายๆโต้ะ มักมีในการแข่งขันใหญ่ๆ
  • Nuts :: ไพ่ที่ถือว่าดีที่สุดในขณะนั้น
  • Nit :: ผู้เล่นที่ไม่ชอบเสี่ยง ออกมาทีก็จะเป็นไพ่ใหญ่ๆเลย
  • Nosebleed stake:s :: ปกติมักใช้กับ cash game ที่มีsb bb ใหญ่ๆ เช่น $200/$400 ขึ้นไปเลย
  • Offsuit :: ใช้เรียกไพ่ในมือที่มีหน้าไพ่ไม่เหมือนกัน เช่น 7♠ 9♣ สามารถเรียกแทนว่า 79offsuit (79o)
  • On the button :: ตำแหน่งที่ปุ่ม หรือ button
  • Open-ended straight draw :: การรอไพ่ทั้งหน้าและหลังเพื่อให้ติด straight เช่น เราถือ 9 8 flop ออก 2 7 6 เราสามารถรอได้ทั้ง 10 และ 5 เพื่อติด straight
  • Option เมื่อdealer พูดกกับเราว่า option คือมีทางเลือกให้เรา check หรือ raise ได้ ปกติมันใช้ถามเมื่อทุกคน limp มาแล้ว เรา อยุ่ที่ BB
  • Out :: ไพ่ที่จะทำให้เราชนะได้ในขณะนั้น เช่น ไพ่หัวใจอีกนึงใบจะทำให้เราติด flush เรามีอยู่ 9 out เป็นต้น
  • Overcard :: ไพ่ในมือที่สูงกว่าบนบอร์ด เช่น เราถือ A Q บอร์ดออก J 5 3 ถือว่าเรามี overcard 2 ใบ
  • Overpair :: ไพ่คู่ในมือที่ใหญ่กว่าไพ่บน flop เช่น เราถือ Q Q flop ออก J 8 3 ถือว่าเรามี overpair
  • Orbit ครบ 1 รอบ หรือเท่ากับจำนวนคนที่นั่งอยุ่บนโต้ะ เช่น มี 7 คน ก็ผ่านไป 7 hands ครบ 1 orbit
  • Out of position :: การที่เราอยุ่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ
  • Overbet :: การbet ใบมากกว่า pot แบบเยอๆ บางทีเพื่อสร้าง value หรือบางทีเพื่อ ทำให้เหมือน bluff
  • Overpair ::ไพ่คู่ที่เรามีในมือ แต่มากกว่า board ตรงกลาง เช่นเราถือ คู่ 9 แล้ว flop ออก 3 6 7
  • Pair :: ไพ่คู่ หรือการที่เรามีไพ่เบอร์นึงที่เหมือนกับ บท board
  • Passive :: ผู้เล่นที่ไม่ค่อยbet แรงๆ
  • Pocket pair :: ไพ่คู่บนมือเรา
  • Polarized :: เมื่อไพ่ของผู้เล่น อยุ่ในช่วงที่แข็งแกร่งมากๆ ไม่ก็ bluff ไปเลย
  • Position :: ตำแหน่ง
  • Pot :: กองกลางของเกม
  • Pot-committed :: การที่เราจ่ายเงินอีกแค่นิดเดียวก็จะได้ดู showdown ตรงกลาง อารมณ์ประมาณว่า เพียงแค่ 10-20% เท่านั้น
  • Pre-flop :: รอบก่อน เปิดไพ่ 3 ไพ่
  • Probe bet :: การ bet โดยคนที่ไม่ได้ เป็นคนRaise preflop
  • Quads :: ไพ่ 4 ใบเหมือนกัน หรือ Four of a kind
  • Rack :: ถาดชิพที่เอาไว้ใช้เก็บชิพจำนวนมากๆ
  • Rainbow:: ไพ่ที่ไม่ได้มีดอก(suit) เดียวกันเลย ปกติมักใช้กับflop
  • Rake :: ค่าต๋งที่เจ้าของcasino เป็นคนเก็บทุกๆครั้งที่ pot ถึงจำนวน เช่น rake 3% เมื่อpot ถึง 100 เค้าจะเก็บไป 3 เป็นค่าใช้จ่าย หาก ถึง 300 จะเก็บไป 9
  • Rake back :: จำนวนเงินที่ ผู้เล่นจะได้กลับคืนจากการเล่นปกติมักจะให้ในการเล่น online poker สามารถมาในรูปแบบ แต้ม, เงิน, ของรางวัลแล้วแต่ว่าที่ไหน ให้อะไร
  • Range of hands :: ช่วงไพ่ที่ผู้เล่นทันนึงเล่น ปกติและถ้าเล่นบ่อยๆเราจะสามารถอ่านออก เช่น ผู้เล่นพวกนี้เล่น แต่ไพ่ premium เช่น JJ QQ KK AA AQ AK ก็คือ เค้ามี range of hands ที่ premium มากๆ
  • Raise :: การวางเงินเดิมพันที่สูงขึ้น
  • Rebuy :: การที่โดย busted หรือออกจาก tournament แล้วเข้าไปสมัครใหม่ ปกติจะเปิดให้เป็นช่วงว่าถึง level อะไรก็หมดการ rebuy หรือไม่
  • River :: การเดิมพันรอบสุดท้าย ซึ่งในรอบนี้คนแจกไพ่ (dealer) จะเปิดไพ่ใบที่ 5 ลงบนโต๊ะ
  • Rock :: ผู้เล่นที่เล่นแต่ ไพ่ premium อย่างเดียว นั่ง tight ทั้งคืน
  • Rounder :: ผู้เล่นที่ตะลอนไปทั่วเพื่อหาเกมstake ใหญ่ๆเล่น
  • Royal flush :: การเรียง ไพ่ 10 J Q K A ที่มีดอกเหมือนกัน และเป็นไพ่ ranking ที่สูงที่สุด
  • Runner-runner :: การที่ไพ่ turn และ river ช่วยให้เรา พัฒนาvalue ของ hand เรา ปกติมักใช้กับ การมี straight
  • เช่น เราถือ 56 Board ออก K Q 4 turn 3 river 2 ทำให้เกิด straight
  • Satellite :: tournament ที่เราbuy in เข้าไป และเมื่อชนะหรือเหลือคนที่กำหนดจะทำให้เราได้รางวัลไปแข่ง tournament ที่ใหญ่ขึ้น
  • Second pair :: คู่ลำดับสองจากตรงกลาง เช่น เรามี 10 9 Board ออก K 10 6 เรามีคู่10 ตรงนี้เรียกว่า second pair
  • Semi-bluff :: การที่เราbet หรือ re raise ไปเพื่อให้คนอื่นหมอบ แต่ถ้าcall มี ก็มีโอกาสที่ไพ่เรามีการพัฒนา เช่น เรามี 10♠ 9♠ และบอร์ดมี J♠ Q♠ 2♣ หากเค้า fold เราก็ได้เงินแต่หากเค้าcall มีไพ่เราก็มีโอกาส improve
  • Set :: การคู่เราถือไพ่คู่และ บนBoardมีตัวเดียวกับเรา เช่นหรือถือ 33 board ออก 3 7 9 เรามี set 3
  • Short stack :: ชิพที่เรามีน้อยมากกว่าคนอื่นเยอะๆ เช่นคนอื่นมี 40 Bling blind เรามี แค่ แค่ 15 BB ตรงนี้เราก็เป็น
  • Short-handed :: การที่มีผู้เล่นอยุ่ในโต้ะน้อยกว่าปกติ
  • Shove :: การที่เรา all in ไปตรงกลาง
  • Showdown :: การที่ผู้เล่นเอาไพ่มาวัดกันว่าใครใหญ่กว่ากัน
  • Side game :: การเล่นหรือท้ากันที่ไม่เกี่ยวกับเกมตรงกลาง
  • Side pot :: เงินที่เป็นส่วนเกินจากตรงที่ทุกคน all in เช่นเรามี ผู้เล่น 3 คน ผู้เล่น A มี 300 ผู้เล่น B มี 900 ผู้เล่นC มี 1100 ผู้เล่น A Allin 300 ผู้เล่น B raise เป็น 700 ผู้เล่น C call ดังนั้น main pot จะเป็น 300+300+300 = 900 และ side pot คือ 400+ 400= 800 เพราะผู้เล่น A มีเงินเพียง 300 เลยทำให้ลุ้นได้เพียงเท่านี้ นอกเหนือจากนั้นที่ผู้เล่น B และ C เล่นกันเรียกว่า side pot
  • Sit and Go tournament(SNG) :: ที่กำหนดคนเล่นไว้ว่าหากครบจำนวนก็สามารถเริ่มได้เลย
  • Slow play :: การที่เรามีไพ่โหดมากๆ แต่ไม่ได้รีบ bet เพื่อสร้าง value
  • Slow roll :: การที่เรามีเกือบโหดที่สุดหรือโหดที่สุด แต่ลีลาไม่ยอม showdown
  • Snap call :: การที่รีบcall เลยแบบไม่ต้องคิด
  • Split :: การแบ่งเท่าๆกัน
  • Stack :: เงินที่เราครอบครองไว้ในมือ
  • Stakes :: ระดับ/จำนวน ที่เราเลือกที่จะเล่น ถ้าเป็นระดับจะแบ่งเป็น Micro stake,Low stake,Medium stake,และ Hi stake ถ้าเป็นจำนวนคือกำลังหมายถึงเงิน เช่น Stake $1/$2 คือ Small blind $1 Big blind $2
  • Starting hand :: ไพ่ที่เราเลือกเล่น
  • Straight :: เรียง เป็น hand ranking ประเภทนึง
  • Suited :: ใช้เรียกไพ่ในมือที่มีหน้าไพ่เหมือนกัน เช่น 7♣ 9♣ หรือ 7♠ 9♠ สามารถเรียกแทนว่า 79suited (79s)
  • Suited connectors :: ไพ่ติดกันที่มีดอกเหมือนกัน เช่น 5♠6♠ K♣ Q♣
  • Tight-Aggressive(TAG) :: ผู้เล่นที่เลือกเล่นไพ่มาก และเวลาออกมาที่ก็เล่นแบบดุดัน
  • Tank, in the t ank :: การที่เราใช้ความคิดแลใช้เวลานานในการคิด
  • Three of a kind/Trips :: การที่เราติด ตอง โดยที่มีไพ่ใบนึงบนมือ เช่น เราถือ 53 และ board ออก 338 ต่างกับ set ตรงที่เราถือไพ่แค่ ใบเดียว
  • Tight :: ผู้เล่น ที่เลือกเล่นแต่ไพ่ดีๆ
  • Tilt :: ภาวะที่เรามีสติไม่เต็ม 100% หรือภาษาบ้านเราเรียกว่าหัวร้อน
  • Top kicker :: การที่เรามี kicker ที่สูงที่สุด ปกติมักจะเป็น A
  • Top pair :: การที่เรามีคู่ที่สูงที่สุดใน board เช่น เรามี A 3 Board 5 9 A เรามี คู่ A อย่างงี้เรียกว่า top pair
  • Top set :: การที่เราติด set ตัวกลาง เช่น เราถือ 99 board ออก 3 5 9 เราติด set ที่สูงที่สุด
  • Trap :: การที่เราวางกับดักไว้เพื่อทำอะไรต่อจากนี้
  • Turn :: การเดิมพันรอบที่ 3 ซึ่งในรอบนี้คนแจกไพ่ (dealer) จะเปิดไพ่ใบที่ 4 ลงบนโต๊ะ
  • Under the gun :: ตำแหน่ง ซ้ายมือจาก Big blind
  • Underdog :: ผู้เล่นที่ส่วนใหญ่มักจะถูกมองว่ามีโอกาสชนะน้อยกว่าคนอื่น
  • Upswing :: ช่วงเวลาที่ผู้เล่นมักจะชนะมากกว่าคาดหวังว่า ตรงข้ามกับ downswing
  • Value bet :: การที่เราbet เข้าไปเพื่อสร้าง มูลค่าที่มากขึ้นให้กับpot
  • Variance ::ความเหวี่ยงที่เกิดขึ้นใน stack หรือ bankroll ต่างๆ
  • % VPIP :: ค่าสถิติ ที่โชว์ว่าผู้เล่นคนนึง จากทั้งหมดแล้วเล่นกี่ % เช่น VPIP 20% หมายถึงว่าจากไพ่ที่เราได้ทั้งหมดเราเล่นแค่ 20 %
  • Weak player :: ผู้เล่นที่ไม่ได้เก่งมากนัก